[AUFic]KHR:Raining in the Darkness: III

posted on 01 Sep 2008 01:03 by kumokuma  in Fiction

[AU]Raining in the Darkness
Title: Raining in the Darkness
Fandom: Katekyo Hitman Reborn!
Rating: ปัจจุบันยังPGแต่คาดว่าจะไปได้ถึงNC
Genre: Romance, Action, Drama, ETC
Pairing: ???
Warning!! : หากใครรับไม่ได้กับการตายของตัวละครในเรื่อง กดปิดไปได้เลยล่ะขอรับ เพราะว่าเรื่องนี้ ตายกันตั้งแต่ต้นเรื่องเลยทีเดียว....และจะตอกย้ำไปทั้งเรื่องเลยด้วย!!!

 

 

CHAPTER: 3

 

 

 

                เลี้ยวขวาตรงนี้ซิ! ชิชิชิ~" เสียงบัญชาดังแหลมขึ้นพร้อมขยุ้มดึงเส้นผมในมือจนชายหนุ่มต้องหันศีรษะไปทางขวาตามแรง "คร้าบๆ"

                แม้จะตกอยู่ในสภาวะอาชาทรงจำเป็นของเชื้อพระวงศ์หนุ่ม หากรอยยิ้มยังคงประดับบนใบหน้าของยามาโมโตะเช่นเคย ถึงเขาจะเริ่มรู้สึกปวดระบมหนังศีรษะจนอยากจะอุทธรณ์ขึ้นมาบ้างก็ตาม

                รวมถึงความรู้สึกที่ว่าเส้นทางเดินมันชักจะวกวนมากผิดปรกติไปเสียแล้ว........

                "จะถึงรึยังน่ะเจ้าชาย" ม้าทรงที่ดีเอ่ยถามเจ้านายของตน ที่เมื่อได้ยินคำถามก็เพิ่มแรงขยุ้มเส้นผมในมือให้ม้าทรงอุทานออกมาเบาๆด้วยความเจ็บ "ชิชิชิชิ เจ้าชายพอใจเมื่อไหร่ก็ถึงเองล่ะ~ คนใหม่เป็นแค่ม้าของเจ้าชายไม่ต้องสนใจเส้นทางหรอก ชิชิชิชิ"

.....นี่แปลว่าเดินวนไปวนมาจริงๆสินะ.....

                ชายหนุ่มหัวเราะออกมาน้อยๆเมื่อได้ยินคำตอบสุดเอาแต่ใจจากคนบนหลัง ที่จริงก็ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจงใจบอกทางมั่วให้เขาเดินวนไปมาอยู่ในคฤหาสน์ แต่ที่ไม่ท้วงเพราะในใจลึกๆเองก็อยากจะยืดเวลาพบเจอกับเจ้านายใหม่ให้นานออกไปอีกหน่อย

ก็แค่.....ไม่ค่อยอยากเจอ

                หากราวเจ้าชายจะรับรู้ความคิดของอาชา จู่ๆเชื้อพระวงศ์หนุ่มก็บังคับให้ม้าทรงของตนเดินมาหยุดลงหน้าประตูไม้บานหนึ่งที่ตั้งอยู่เกือบสุดทางเดิน เด็กหนุ่มโดดลงจากแผ่นหลังกว้าง และหันมาฉีกยิ้มแสยะให้

 

 

"เจ้าชายเบื่อแล้วล่ะ ....ไปหาพระราชาเลยก็แล้วกัน!!"

 

 

                กล่าวจบก็หมุนตัวผลักบานประตูไม้เบื้องหน้าเข้าไปในห้องทันทีโดยไม่เคาะประตู "บอส~ เจ้าชายพาคนใหม่มาส่งแหล่ะ~"

                "เออ" เสียงตอบรับอย่างไม่ใส่ใจนักดังจากบุคคลเพียงคนเดียวในห้อง เจ้าของห้องยังคงนั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานเช่นเดิม ดวงตาสีเข้มไล่กวาดตามตัวอักษรบนกระดาษโดยไม่คิดจะเหลือบแลขึ้นมาสนใจผู้มาเยือนทั้งสองเลยแม้แต่น้อย

                "เสร็จธุระแล้วก็ไสหัวออกไปได้แล้วไอ้สวะ"

                ...............ซ้ำยังออกปากไล่อีกต่างหาก

                "ชิชิชิ เจ้าชายพาคนใหม่มาส่ง บอสก็ต้องให้รางวัลเจ้าชายก่อนเจ้าชายถึงจะไป~" เด็กหนุ่มตอบกลับพลางเดินกึ่งวิ่งเข้าไปเท้าลงบนโต๊ะทำงานของผู้เป็นเจ้านาย มือหนึ่งแบกว้างยื่นออกออกไปเบื้องหน้า พร้อมรอยยิ้มแสยะกว้าง "ราง~ วัล~ ของ~ เจ้า~ ชาย~"

                หากก่อนที่เบลจะได้รางวัลที่ต้องการ ดวงตาสีเข้มก็เปลี่ยนโฟกัสจากตัวอักษรในเอกสารมาเป็นใบหน้าของผู้พูดแทนจนเด็กหนุ่มชะงักมือค้าง และรีบขยับตัวล่าถอยออกมา "เจ้าชายแค่ล้อเล่นเองนะบอส..."

                "ไปขอจากไอ้เด็กสวะนั่นซะ" คำตอบสั้นๆเป็นเชิงไล่พร้อมด้วยสายตาที่ระบุชัดว่า หากเด็กหนุ่มยังไม่ยอมออกไป........

                รับรองว่าจะได้ลูกตะกั่วไปเคี้ยวเล่นเป็น‘รางวัล' แน่นอน

                สิ้นคำบัญชา เจ้าชายน้อยพลันค้อมตัวลงน้อมรับคำสั่ง ก่อนจะหันมาแสยะยิ้มกว้างให้คนที่มาด้วยกันอีกครั้งแล้วเดินกึ่งกระโดดออกไปจากห้อง "เจ้าชายรีบไปหามาม่อนดีกว่า~ชิชิชิชิ"               

                "เหอะ..." แซนซัสทอดสายตามองตามลูกน้องตัวเองก่อนจะสบถออกมาอย่างรำคาญ ดวงตาสีเข้มตวัดหันไปให้ความสนใจกับอีกหนึ่งบุคคลในห้อง ที่ไม่เพียงไม่พูดจาใดๆเลย หากยังคงยืนมองเขานิ่งอยู่เช่นนั้นตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามา ดวงตาสีดำขลับยังคงจ้องตรงมาพร้อมริมฝีปากแย้มรอยยิ้มน้อยๆเช่นที่เคยเห็นเมื่อคราก่อนที่พบกัน

                .......เช่นเดียวกับความแหลมคมของจิตสังหาร ที่แทบจะทะลักออกมาทันทีเมื่อไร้บุคคลที่สามภายในห้อง

 

...ช่างอวดดีนัก...

...ไอ้สวะ...

.

...กลิ่นอายความแค้นลอยกรุ่น...หอมหวาน...

 

                รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏพาดบนใบหน้า มือใหญ่เอื้อมหยิบแก้วบรรจุน้ำสีอำพันขึ้นมาคลึงไว้ในอุ้งมือ ก่อนจะเอนหลังลงพิงพนักเก้าอี้ และเลื่อนสายตามองสำรวจคนตรงหน้าอย่างช้าๆพลางจิบสุรารสเลิศไปพร้อมกัน ดวงตาสีเข้มสองคู่มองสบกัน ฝ่ายหนึ่งมองด้วยอารมณ์คุกรุ่นที่ไม่อาจดับลงซ้ำยังราวจะทวีขึ้นเรื่อยๆ หากอีกฝ่ายมองเพียงเพื่อประเมินค่าราคา 

                "มาได้ซะทีนะไอ้สวะ"

                "อื้อ มาแล้วครับ" ยามาโมโตะขยับยิ้มกว้างขึ้นส่งให้ โดยไม่ละสายตาจากอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

                .....หรือหากกล่าวให้ถูกคือไม่อาจละสายตาไปได้

 

ไม่อาจละสายตาจากดวงตาสีแดงเข้มไปได้

สีแดงที่เข้มจัด....ราวกับโลหิต

.

เลือด.....ของสคอลโล่

 

.....ของเหลวสีแดงเข้มอาบย้อมกลุ่มไหมสีเงินให้หม่นแสง......

 

                ดวงตาสีดำเข้มทอประกายกร้าวขึ้นชั่ววูบ ก่อนจะถูกควบคุมลงจนกลับเป็นปรกติ พร้อมๆกับที่ชายหนุ่มเลือกที่จะละสายตาจากคนตรงหน้าไปสู่สิ่งอื่นแทน มือกำแน่นเข้าราวจะป่นฝักดาบในมือ สะกดกลั้นความรู้สึกที่แล่นขึ้นมาให้กลับลงไป

 

ก่อนความอดทนจะขาดสะบั้น

ก่อนชิงุเระ คินโทคิจะเปลือยฝัก

ก่อนนางแอ่นจะสยายปีกออกร่ายรำ

ก่อนที่ตน.....จะทุ่มชีวิตฟาดฟันคนตรงหน้าให้ด่าวดิ้นไป

.

แม้จะต้องตายก็ตาม

 

                "นี่เป็นเอกสารจากหน่วยเก่าที่คุณดีโน่กับคุณคุซาคาเบะฝากมาครับ" ชายหนุ่มจ้องปกแฟ้มสีเข้มในมือ ก่อนจะยื่นส่งให้โดยไม่เงยขึ้นมองหน้าอีกฝ่าย บอสแห่งวาเรียเพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรับมันมาเปิดผ่านๆ ประกายตาที่เปลี่ยนไปเมื่อครู่ แม้จะเป็นชั่วระยะเวลาเพียงพริบตา แต่ใช่ว่าเขาจะไม่สังเกตเห็น

                และแววตาคมดุนั่น ก็ทำให้แซนซัสนึกถึงนักดาบอีกคนผู้จากไป

 

ดุดัน

กร้าวแกร่ง

อวดดี

.

แว่บแรกคือความคุ้นเคย

.

ต่อมาคือความเป็นจริง

 

                คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากัน จู่ๆก็หงุดหงิดขึ้นมาเสียเฉยๆโดยไม่ทราบสาเหตุ จากที่เปิดอ่านแฟ้มในมืออยู่ก็พลันปิดฉับลงแล้วโยนกลับไปกองทิ้งไว้บนโต๊ะรวมกับเอกสารอื่นๆ ชายหนุ่มหันไปหาแขกของตนที่กำลังให้ความสนใจกับชุดโซฟารับแขกในห้องมากเกินความจำเป็น

                 "ไอ้สวะ" เสียงแฟ้มเอกสารกระทบกันและเสียงร้องเรียกดึงสายตาของยามาโมโตะกลับสู่ผู้เป็นเจ้าของห้องอีกครั้ง แซนซัสหยัดกายยืนขึ้นเต็มส่วนสูง และกำลังก้าวเดินออกจากที่นั่งของตนตรงเข้ามาหา สายตาตวัดลงปะทะกับคนตรงหน้าอีกครั้ง หากในครั้งนี้บอสหนุ่มไม่ทำเพียงแค่มองเฉยๆอย่างครั้งก่อน

                ครานี้.....ชายหนุ่มจ้องสบลึกเข้าไปภายในดวงตาสีดำเข้ม

 

ท้าทาย เหยียบย่ำ เผาไหม้

หากหาญกล้าแท้จริง

จงเผชิญหน้า

ไม่เช่นนั้นก็จงมอดไหม้เป็นจุลไปซะ!!

.

จงแสดงให้ชั้นเห็น ไอ้สวะ

ว่าแก....เป็นของจริง

 

                ยามาโมโตะรู้สึกได้ทันทีถึงน้ำหนักกดทับเหนือไหล่ของตน พร้อมๆกับสัญชาติญาณร้องลั่น เตือนให้ก้าวถอยหนีออกไปจากห้อง หยาดเหงื่อผุดพรายก่อนจะค่อยๆไหลซึมลงมาตามไรผม หากริมฝีปากยังขยับแย้มรอยยิ้มน้อยๆ

 

ยามาโมโตะ ทาเคชิ คงยืนอยู่ที่เดิม

ไม่ถอยหนีแม้ก้าวเดียว

 

                ชายหนุ่มยังคงมองสบกับอีกฝ่ายโดยไม่หลบสายตา แม้แรงกดดันมหาศาลทำลมหายใจติดขัด และความรู้สึกอยากก้าวหนีให้พ้นไปจากห้องจะทวีขึ้นก็ตาม มองเห็นแววหงุดหงิดในดวงตาสีโลหิตเข้ม มันแจ่มชัดราวแสงไฟและราวจะค่อยๆทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆทุกย่างก้าว               

                ยามาโมโตะแว่วเสียงหัวใจของตนเต้นเป็นจังหวะอยู่ในอก แม้จะไม่ถี่ขึ้นจนเพี้ยนไปจากปรกติ แต่มันก็ดังสะท้อนก้องขึ้นเรื่อยๆ เป็นจังหวะ ช้าๆ ทว่าชัดเจน ยิ่งระยะห่างหายไปมากเท่าไหร่ เสียงก็ดูจะดังขึ้นเท่านั้น เช่นเดียวกับไอร้อนจากเปลวเพลิงในดวงตาสีโกเมนเข้ม ชายหนุ่มรู้สึกราวได้ยินเสียงอีกฝ่ายหัวเราะเบาๆในลำคอ ทว่าเสียงหัวใจของตนกลับดังกลบดึงความสนใจไปเสียสิ้น

                และระยะห่างระหว่างพวกเขาก็ถูกแซนซัสทำลายลงโดยไม่ทันรู้ตัว ......

 

                แซนซัสหยุดยืนห่างจากอีกฝ่ายไปเล็กน้อย กล่าวให้ถูกคือเขาหยุดในระยะที่หากก้าวเท้าต่อไปอีกแม้เพียงครึ่งก้าว คางเขาจะไปชนกับหน้าผากอีกฝ่ายเข้าพอดี ซึ่งมันออกจะ....งี่เง่า               

                ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มเย็น.......

               

กลิ่นแอลกอฮอลล์คละคลุ้ง

เจือกลิ่นสนิมเหล็ก

บางเบา เข้มข้น

ปะปนจนมิอาจแยกออก

.

ทว่า....หอมหวาน

.

ใช่...หอมหวาน

.

.

ราวกับโลหิต

.

 

                 มือขวาตวัดวูบคว้าด้ามดาบประจำกายในมือซ้ายก่อนดึงกระชากชิงุเระ คินโทคิให้หลุดออกจากฝัก คมดาบทอประกายวาววับสะท้อนภาพเป้าหมายหนึ่งเดียวตรงหน้า!!

หากวิถีดาบของยามาโมโตะจัดว่ารวดเร็วแล้วแซนซัสก็คงเป็นหนึ่งในจำนวนไม่มากที่เร็วยิ่งกว่า

                มือแกร่งยกขึ้นบล็อคแขนของอีกฝ่ายไว้ตั้งแต่ตัวดาบยังเลื่อนไม่พ้นฝัก และกุมข้อมือไว้แน่นจนดิ้นไม่หลุด คิ้วเข้มเลิกขึ้นน้อยๆพร้อมรอยยิ้มเหยียดพาดทับใบหน้า แซนซัสเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างดูแคลนโดยไม่สนใจกับดวงตาที่จ้องตรงมาอย่างโกรธแค้น

                "แววตาดีนี่ ไอ้สวะ" ริมฝีปากเหยียดออกเป็นรอยยิ้มหยัน ยิ่งเมื่อเห็นประกายตาของคนตรงหน้าเข้มขึ้นวูบหนึ่ง แซนซัสก็แสยะยิ้มกว้างอย่างไม่ปิดบัง บอสหนุ่มก้มตัวลงจนใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับอีกฝ่าย ไม่สนใจแม้ใบดาบคมกริบจะจ่อประทับอยู่ใต้คางตนเองก็ตาม

 

"แต่นี้ไป....แกเป็นของของวาเรีย"

 

มือของแก

ดาบของแก

ชีวิตของแก

วิญญาณของแก

.

แต่นี้ไป

ทั้งหมดเป็นของวาเรีย

เป็นสิ่งของของวาเรีย

.

และ

.

.

.......

"ยินดีต้อนรับ....ยามาโมโตะ ทาเคชิ"

 

                รอยยิ้มเยาะเย้ยถูกส่งให้พร้อมแรงบีบที่ข้อมือรุนแรงขึ้นจนชายหนุ่มต้องกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บปวด แม้ข้อมือจะถูกตรึงแน่นจนไม่อาจขยับได้ หากรอยยิ้มน้อยๆก็ยังคงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนักดาบหนุ่มก่อนจะกล่าวตอบคำของบุรุษตรงหน้า

 

"ชั้นสาบาน......จะรับใช้วาเรีย"

 

รับคำสั่งจากวาเรีย

ทำงานเพื่อวาเรีย

และตายเพื่อวาเรีย

.

เหมือนนาย.....สคอลโล่

.

แต่

 

"....ไม่ใช่นาย แซนซัส"

"ดาบของชั้นถึงจะเป็นของวาเรีย แต่มันไม่ได้มีไว้เพื่อนาย"

"นายไม่ใช่จ้าวชีวิตชั้น"

 

และ

.

ตราบยังมีลมหายใจ ความแค้นจักยังคงอยู่

 

                ยามาโมโตะขยับมือซ้ายสวนขึ้นเก็บดาบกลับเข้าฝัก ก่อนจะกระชากข้อมือขวาของตนออกจากการเกาะกุม จ้องสบสายตากับอีกฝ่ายแน่วนิ่ง แม้ไม่เข้มข้นเท่าคราแรก หากยังเห็นชัดถึงอารมณ์คุกรุ่นภายใน ไม่ทอแววก้าวร้าวเช่นเมื่อครู่ แต่ความมุ่งมั่นก็ยังฉายชัด               

                "ชั้นทำงานให้วาเรีย ตามคำสั่งเสียของสคอลโล่ เพราะงั้น ชั้นจะไม่ปล่อยให้ใคร มาทำอันตรายนายได้"

 

ชั้นจะปกป้องนาย

เพื่อให้เหลือเพียงชิงุเระ คินโทคิเท่านั้น

ที่ดื่มกินเลือดของนายได้

 

"แต่เมื่อไหร่ที่นายเผลอ.......ชั้นฆ่านายแน่นอน แซนซัส"

 

                ดวงตาสีเข้มจ้องปะทะกับบุรุษผู้ยืนอยู่สูงสุดในโลกมืด แทนคำยืนยันถึงวาจาที่ได้ลั่นออกไป โดยได้รับคำตอบจากอีกฝ่ายเป็นเปลวเพลิงคุโชนในดวงตา และรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ได้

 

ยิ้มที่เยาะเย้ยคนทั้งโลก

เหยียบผู้คนทั้งมวลจมลงใต้ฝ่าเท้า

เป็นเพียงมดปลวก เป็นแค่สวะไร้ค่า

มิอาจต่อกร ไม่หาญต่อต้าน

ย่ำผ่านคนทั้งโลกเพื่อไปสู่จุดสูงสุดของตน

 

                จากรอยยิ้มบางเบา เย็นยะเยือก ค่อยขยับแย้มมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเสียงหัวเราะถูกระเบิดออกมาดังลั่นจากปากของชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าใหญ่ของกลุ่มนักฆ่า จนยามาโมโตะถึงกับผงะถอยหลังอย่างตกใจ เสียงหัวเราะดังสนั่นเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจดังไม่หยุดจนกระทั่ง ปรากฏร่างของชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งผลักประตูห้องเข้ามา

                ชายหนุ่มผู้มาใหม่เพียงเหลือบมองแขกของเจ้านายตนที่กำลังยืนกุมดาบในมืออยู่อย่างหวาดระแวงวูบหนึ่ง ก่อนจะหันความสนใจกับเจ้าของห้องที่ยังคงหัวเราะไม่หยุด และหากยังหัวเราะต่อไปแบบนี้ อีกไม่นานวาเรียคนอื่นๆจะต้องแห่กันมาที่นี่อย่างแน่นอน

                .........แค่คิดก็ปวดขมับแล้ว.....

                "บอสครับ" คิ้วเข้มขมวดมุ่นก่อนจะเอ่ยปรามออกไปเบาๆ

                หากอีกฝ่ายยังคงระเบิดเสียงหัวเราะอยู่เช่นนั้น ราวกับเจอเรื่องน่าขันที่สุดในโลก และไม่สามารถควบคุมอารมณ์ไว้ได้อีกต่อไป จนโดนเรียกซ้ำอีกครั้ง ร่างสูงสง่าจึงย่อกายลงนั่งบนโต๊ะทำงานของตนเอง ขณะค่อยๆเบาเสียงหัวเราะของตนลง และเหลือบสายตามองยามาโมโตะที่ยังคงยืนคุมเชิงอยู่ภายในห้อง

                "หึหึ ชั้นจะรอดูนะ ไอ้นักดาบสวะ"

                เพียงคำพูดสั้นๆก็แทบจะทำให้คนใจเย็นอย่างยามาโมโตะฟิวส์ขาดพุ่งเข้าโจมตีคนตรงหน้า

                หากไม่ใช่เพราะเมื่อแรงยึดที่หัวไหล่และน้ำหนักมือที่กุมทับอยู่บนด้ามดาบฉุดรั้งเขาเอาไว้แทบทันทีที่เขาคิดจะขยับตัว!!

                "เด็กใหม่สินะครับ"

                เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทักขึ้นข้างกายเรียกให้หันไปมอง ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาสีเขียวเข้มที่มองลงมา ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางเบา หากก่อนอีกฝ่ายจะทันได้แนะนำตัว เสียงเรียกจากบอสหนุ่มก็ดังขึ้นพร้อมกับแฟ้มเล่มหนึ่งถูกโยนเข้าหา

                "รินเหล้า!! ไอ้หุ่นกระป๋อง"

                ‘หุ่นกระป๋อง' เพียงรับแฟ้มมาแล้วพยักหน้ารับคำง่ายๆ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหาบอสของตน มือใหญ่คว้าแก้วคริสตัลเนื้อดีจากโต๊ะเล็กด้านข้าง ก่อนจะจัดการเตรียมเครื่องดื่ม ฝ่ายคนออกคำสั่งก็เพียงสาวเท้ายาวๆกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ของตนตามเดิม และเริ่มงานตรวจเอกสารอีกครั้ง

                ....โดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองไปยังอีกคนที่เหลืออยู่ในห้องแม้แต่น้อย

                และเมื่อแก้วของเหลวราคาแพงถูกวางลงบนโต๊ะไม้ แซนซัสก็เพียงคว้าแก้วขึ้นจิบอย่างไม่สนใจ ราวกับไม่มีคนอื่นอยู่ร่วมด้วยในห้อง และนั่นเป็นเสมือนสัญญาณไล่ที่ผู้เป็นลูกน้องรับรู้ได้ ชายหนุ่มค้อมตัวลงเป็นเชิงขออนุญาตก่อนจะพยักหน้าให้นักดาบหนุ่มเดินตามตนออกมาจากห้อง

 

                เสียงปิดประตูดังขึ้นพร้อมๆกับที่แซนซัสละสายตาจากหน้ากระดาษ ดวงตาสีเข้มจ้องตรงไปยังประตูเบื้องหน้าราวจะเผามันให้เป็นจุลได้ด้วยสายตา

                แก้วในมือถูกยกกระดกเทของเหลวภายในล่วงลงคอผู้เป็นนายจนหมดในคราเดียว และถูกกระแทกลงกับโต๊ะโดยแรงจนลั่นเปรี๊ยะ เนื้อแก้วหนาถูกแรงกระแทกและแรงจากฝ่ามือใหญ่ที่โอบอุ้มมันไว้บีบจนแตกร้าว ก่อนจะค่อยๆลุกลาม กระทั่งเมื่อไม่อาจต้านทานต่อไปไหว ก็ถูกบีบจนแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย สะเก็ดกระจายต้องแสงแดดสะท้อนพราวระยับ เมื่อหยาดของเหลวสีชาดไหลอาบเคลือบ..........เศษแก้วไร้ค่า กลับยิ่งเปล่งประกาย

 

...แกจะมีค่าสมราคาคุยของไอ้ฉลามสวะนั่นหรือไม่....

...หรือจะเป็นได้แค่เพียง....เศษขยะไร้ราคา..

.

.

.

...ชั้นจะคอยดู...

...ยามาโมโตะ ทาเคชิ...

 

 

 

 

 

                "มาแล้วว้อยยย!!"

                เสียงตะโกนดังลั่นได้ยินตลอดจากประตูหน้าทะลุมาถึงโรงฝึกด้านหลัง ตามด้วยภาพเด็กหนุ่มวิ่งตึงตังใบหน้าเปื้อนยิ้มมาตามระเบียงทางเดิน และเสียงโวยวายทะลวงแก้วหูก็ดังตามมาอีกระลอกเมื่อเด็กหนุ่มวิ่งห้อไปถึงตัวเป้าหมาย ทำเอาลูกศิษย์เคนโด้ของยามาโมโตะ สึโยชิต้องหันมาส่งยิ้มอ่อนใจให้กับอาจารย์ตนที่เดินกอดดาบไม้ตามมาห่างๆด้วยท่าทางอารมณ์ดีและรอยยิ้มระบายเต็มใบหน้า

                จากนั้นไม่นานก็เจ้าของสียงตะโกนเมื่อครู่ก็จะถือดาบเปลือบฝักเล่มเดิมของตนเดินหน้าบูดเข้ามา ปากขยับสบถอุบอิบมาตลอดทาง ผิดกับอีกคนที่แม้จะปรากฏรอยฟกช้ำบนใบหน้าเพิ่มมาบ้างเป็นบางครั้ง  แต่ก็เดินฉีกยิ้มกว้างตามมาต้อยๆ แล้วเมื่อผู้มาเยือนพบหน้ายามาโมโตะ สึโยชิ ภาพการทักทายของศิษย์อาจารย์ในรูปแบบ‘เฉพาะตัวของสำนักชิงุเระ โซเอน' ก็จะเริ่มขึ้นให้คนในโรงฝึกได้ชมเป็นบุญตา เสียงคมดาบแหวกอากาศดังขึ้น ก่อนจะตามด้วยเสียงการปะทะกับดาบไม้ดังต่อเนื่องเป็นชุด สลับกับเสียงโหวกเหวกและเสียงหัวเราะน้อยๆ

                ซึ่งเกือบทุกครั้งจะจบลงด้วยเสียงดาบไม้ที่ฟาดลงบนร่างกายเป้าหมาย และเสียงโวยวายดังลั่นอย่างหงุดหงิดของผู้เป็นลูกศิษย์

                ก่อนทั้งสามคนจะเดินลับหายไปในโรงฝึกด้านหลัง พร้อมๆกับเสียงหัวเราะใสๆของเด็กชาย เสียงโวยวายของผู้มาเยือน และเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีของผู้เป็นเจ้าของสถานที่

.

.

สื่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทุกคนในโรงฝึกชิงูเระโซเอน‘คุ้นจนชิน'ไปเสียแล้ว

 

คุ้นเคยจนไม่เคยคิดว่ามันจะต้องเลือนหายไปในซักวันหนึ่ง..............

.

.

.

.

 

               

 

                "ยามาโมโตะ ทาเคชิ"

                "อ่ะ....ครับ?"

                เสียงอ่านชื่อตนเรียกให้ยามาโมโตะหลุดจากภวังค์ความคิด ก่อนจะเงยขึ้นมองคนข้างๆที่ยังคงก้มอ่านแฟ้มประวัติในมือ เรียวขายาวก้าวไปเบื้องหน้าเรื่อยๆอย่างคล่องแคล่วแต่ก็ไม่เร็วเกินไปจนเขาเดินตามไม่ทัน ดวงตาสีเขียวแมกไม้กวาดไปตามข้อความในแฟ้มอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตวัดกลับมาหาคนข้างๆ

                "โกร่า มอสก้า"

                คำตอบเดียวที่ชายหนุ่มได้รับกลับมาคือสีหน้าเหรอหราจากคนที่กำลังเดินอยู่ข้างๆเท่านั้น

                "ชั้นชื่อโกร่า มอสก้า" รอยยิ้มบางๆระบายบนริมฝีปากของคนตัวสูงกว่า และคำตอบที่ได้ก็ทำให้ยามาโมโตะหลุดหัวเราะเก้อๆออกมา พร้อมคำขอโทษ หากมอสก้ากลับโบกมืออย่างไม่ใส่ใจนัก ดวงตาหันกลับไปให้ความสนใจกับแฟ้มเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง

                "ตอนนี้ใครเป็นการ์ดของ ดีโน่ แทนนายกันล่ะ ยามาโมโตะ"

                คำถามที่จู่ๆก็ได้รับ ทำเอายามาโมโตะแทบจะชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดิน เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำ!

                ดวงตาสีดำเข้มเหม่อมองไปตามระเบียงทางเดินทอดยาวของคฤหาสน์ แสงแดดอ่อนๆส่องลอดตามบานหน้าต่างที่ปรากฏตลอดแนวเข้ามาพอสว่างก่อเกิดแสงเงาตัดกันบนพื้นพรม คิ้วเรียวขมวดมุ่น พลางนึกถึงบุรุษเจ้าของเรือนผมสีทองสว่าง ผู้มีศักดิ์เป็นผู้บังคับบัญชาเก่าของตน

                สีหน้าของดีโน่แทบไม่เปลี่ยนเลยด้วยซ้ำยามเขาเอ่ยถึงการทำเรื่องย้ายมาที่วาเรีย ชายหนุ่มหัวหน้าหน่วยข่าวกรองคนสำคัญไม่เอ่ยถามถึงเหตุผลใดๆ ราวกับรู้ดีอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องมาเอ่ยเรื่องนี้กับตนในซักวันหนึ่ง ดีโน่เพียงส่งยิ้มให้กำลังใจและตบหนักๆบนบ่ากว้างของการ์ดประจำตัวสองสามครั้ง และส่งเสียงเรียกลูกน้องประจำตัวให้จัดการเรื่องเอกสารเท่านั้น

                ง่ายกว่าตอนที่คุยกับฮิบาริที่เป็นหัวหน้าหน่วยโดยตรงของเขาเสียอีก.........

 

                เมื่อเห็นอีกฝ่ายหยุดนิ่งไปเช่นนั้น มอสก้าก็ไม่ถามอะไรเพิ่ม หากกล่าวให้ถูกคือเขาไม่ได้หันไปสนใจคนข้างกายอีกครั้งเลยเสียด้วยซ้ำ ที่ทำอยู่มีเพียงเดินนำทาง พาอีกฝ่ายไปส่งให้ถึงที่หมายตามหน้าที่เท่านั้น ชายหนุ่มพยักหน้าให้กับวาเรียระดับล่างที่เดินสวนทางเข้ามาอย่างไม่ใส่ใจนัก เช่นเดียวกับที่ไม่นำพากับท่าทีสนอกสนใจในตัวคนที่เดินอยู่ข้างกายเขา การมีคนใหม่เข้ามามันก็เป็นเพียงหนึ่งในเรื่องปรกติธรรมดาของวาเรียอยู่แล้วมิใช่หรือ....

 

ย้ายมา....ไม่นานก็จากไป

เข้ามา...ไม่นานก็ออกไป

แม้จะไม่มีใครกลับออกไปโดยยังมีลมหายใจก็ตาม

ยังไงมันก็เป็นเรื่องปรกติของวาเรียอยู่ดี

.

ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ

 

                ตั้งแต่ทำงานมาจนถึงบัดนี้ จะมีก็เพียงการจากไปของคนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ส่งผลกระทบกับคนแทบทั้งวาเรีย ส่งผลแม้กระทั่งบอส.....

                .....รวมถึงเป็นเหตุให้เด็กคนนี้มายืนอยู่ที่นี่

                มอสก้าเหลือบสายตาไปมองอีกฝ่าย ยามาโมโตะยังคงเดินอยู่ข้างๆเขา ดวงตากวาดมองไปรอบๆพร้อมรอยยิ้มประดับบนใบหน้า สดใส ดูรื่นเริงราวกับเด็ก แค่เห็นชายหนุ่มก็รู้สึกสงสัยในอารมณ์ที่พลิกผันไปมาได้รวดเร็วของอีกฝ่ายขึ้นมาเสียเฉยๆ คงเป็นพวกมองโลกในแง่ดีเหมือนนายสินะ.....สคอลโล่

                แต่อย่างไรก็ตาม หากมองกันด้วยสายตาแล้ว ยามาโมโตะ ทาเคชิ ไม่เหมือนมือสังหารแม้แต่นิดเดียว และไม่มีวี่แววว่าจะเป็นได้แม้แต่น้อย สิ่งที่สัมผัสได้มีเพียงจิตที่พลุ่งพล่านขึ้นชั่วครู่ในห้องทำงานของแซนซัส แต่ถึงแม้จะแหลมคม ทว่ายังขาดความเด็ดขาดซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆของมือสังหาร

                หากน่าแปลกที่ข้อมูลในมือกลับระบุชัด นักดาบผู้นี้ย้ายมาจากหน่วยที่อันตรายที่สุดของวองโกเล่ หน่วยงานที่ทำงานภายใต้การปกครองของฮิบาริ เคียวยะ........

                เพียงแค่นึกถึงผู้ได้ชื่อว่าเก่งกาจที่สุดของวองโกเล่ ความเจ็บปวดที่แขนซ้ายพลันแล่นปราบจนจังหวะก้าวเดินหยุดชะงัก ยามาโมโตะเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างสงสัย หากก่อนจะทันได้เอ่ยปากถามสิ่งใด มอสก้าก็ก้าวเดินต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงรอยยิ้มบางเบาถูกส่งมาให้ก่อนจะตามด้วยประโยคคำถามที่ทำให้รอยยิ้มสลายไปจากใบหน้าคนฟัง

                "นายเคยฆ่ามากี่คนแล้วนะ ยามาโมโตะ ในแฟ้มไม่ได้ระบุไว้เสียด้วย......"

                รอยยิ้มยังคงฉาบบนริมฝีปากราวยาพิษร้ายแรงอาบเคลือบผลแอปเปิ้ลของสโนไวท์ ชายหนุ่มสูงวัยกว่าหันกลับไปอ่านแฟ้มเอกสารอีกครั้ง ขาเรียวยาวยังคงก้าวเดินต่อไปเบื้องหน้าอย่างมั่นคงผิดกับอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยถามต่อไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆตามปรกติของตน โดยไม่สนใจกับท่าทางนิ่งงันของผู้ถูกถามแม้แต่น้อย

               

"แล้วคิดว่า...มาอยู่ที่นี่จะต้องฆ่าอีกกี่คน ยามาโมโตะ ทาเคชิ"

 

                คำถาม.....ที่ไม่ต้องการคำตอบ เพียงแค่ต้องการตอกย้ำถึงความเป็นจริงที่ต้องเผชิญนับแต่เพลานี้เป็นต้นไป เพราะงานกับวาเรียไม่ใช่ของเด็กเล่นเหมือนฝั่งวองโกเล่ ทุกก้าวย่างล้วนเกี่ยวพันถึงชีวิตไม่ว่าจะของตนเองหรือใครอื่นก็ตาม และต้องไม่มีคำว่าพลาด

                เพียงเพราะต้องการรักษามือของตนให้ขาวสะอาด วิธีแสนง่ายดายคือผลักภาระมาสู่ผู้อื่น   งานสกปรกที่วองโกเล่ไม่ต้องการ เพราะมันจะทำให้แสงสว่างต้องหมองมัว จึงถูกมองว่าเหมาะสมอย่างที่สุดกับผู้อาศัยอยู่ภายใต้ความมืดมิดอย่างวาเรีย

 

"งานสกปรกของวองโกเล่ ก็คืองานของพวกเรายังไงล่ะ.......ไอ้สวะ"

 

                คำพูดต้อนรับเข้าทำงานวันแรกของผู้เป็นหัวหน้า ดังก้องในหูอยู่ทุกครั้งที่เขาต้องเอ่ยเรื่องนี้กับผู้มาเยือนรายใหม่ มอสก้ายิ้มเล็กๆที่มุมปาก เยาะหยันให้กับกฏเกณฑ์ของทุกสิ่ง ยิ่งอ่านแฟ้มข้อมูลเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกขบขันกับตัวเองมากขึ้น แม้จะมีฝีมือดีเพียงใด แม้จะพัฒนาไปได้อีกไกลแค่ไหน หากแต่.........

 

นายคาดหวังผิดคนแล้ว สคอลโล่

คนที่รับรู้แต่ความผิดชอบชั่วดีตามกฏเกณฑ์ของโลกภายนอกแบบนี้น่ะ

ไม่มีทางเป็นนักฆ่าที่ดีของวาเรียได้แน่ๆ

 

                นี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แซนซัสไม่ออกคำสั่งระบุหน่วยให้อีกฝ่าย และเหมือนจะโยนมาให้เขาเป็นคนตัดสินใจอยู่กลายๆ ....แต่จะส่งไปให้เลวี่หรือลุซซูเรียก็คงไม่เหมาะสินะ

                คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าขณะใช้ความคิด ก่อนจะชะงักเท้าไปเมื่อนึกได้ถึงบางสิ่งพร้อมกับได้คำตอบของคำถามที่นึกสงสัยอยู่ในใจ มอสก้าปิดแฟ้มในมือก่อนจะหันไปมองอีกฝ่ายที่ยังคงจมอยู่กับความคิดของตน

                ดวงตาสีดำเข้มหม่นหมองทอดมองไปเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอย กระทั่งเสียงแฟ้มถูกปิดฉับลง สติจึงกลับคืน ยามาโมโตะหันมองคนตัวสูงข้างๆที่หยุดยืนนิ่ง หากเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีเขียวแมกไม้ที่มองมา ประสาทสัมผัสทั่วกายก็ราวจะเขม็งเกร็งขึ้นพร้อมกัน ดวงตาคมกริบจ้องมองตรงมา ว่างเปล่าจนไม่อาจบอกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน ว่างเปล่าจนราวกับถูกตรึงเอาไว้ในกรอบแก้วใส ริมฝีปากบางเหยียดตรงก่อนจะขยับยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อยๆ

                "จนกว่าคำสั่งระบุหน่วยให้นายจะถูกส่งมา นายจะถูกบรรจุเข้าหน่วยเมฆาของชั้น"

                "ยินดีต้อนรับสู่วาเรีย ที่นี่งานสกปรกทุกอย่างของวองโกเล่คืองานของพวกเรา"

 

 

 

 

 

             

                ขณะที่ยามาโมโตะได้แต่ยืนนิ่งกับคำพูดของอีกฝ่าย ภายในอีกห้องไม่ไกลนัก สถานที่ซึ่งเป็นเป้าหมายที่มอสก้าต้องการจะพายามาโมโตะมา บรรยากาศภายในห้องของเหล่าผู้รอคอยกำลังใกล้ระอุ ด้วยหัวข้อที่ถูกหยิบมาพูดคุยกันคือเรื่องของ นักดาบผู้มาใหม่

                "เดินไปเดินมาให้เหนื่อยทำไมน่ะเลวี่ เดี๋ยวมอสก้าก็พาคนใหม่มาแล้วล่ะย่ะ"

                นักฆ่าผมเขียวสว่างกล่าวอย่างใจเย็น หล่อนนั่งไขว้ขาอยู่บนโซฟาบุกำมะหยี่สีแดงหม่น ขณะบรรจงคีบหูถ้วยชาวาดลวดลายงดงามไว้ระหว่างนิ้วทั้งสอง และยกขึ้นแตะจิบลิ้มชิมรสชาติหอมหวานของใบชาราคาแพง เปลือกตาปิดลงราวกับกำลังเคลิ้มไปกับกลิ่นหอมอวลภายในปาก

                ดูช่างผิดกับอีกฝ่ายที่กำลังเดินกระวนกระวายวนไปวนมาอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่หันขวับมองผู้พูดตาขวาง หากยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกไป ก็มีเสียงเล็กๆเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นเสียก่อน

                "ไม่ใช่แค่เลวี่ แต่ชั้นเองก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการรับคนใหม่นักเหมือนกัน"

                เจ้าของเสียงเอ่ยทั้งที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นจากหนังสือในมือของตน ดวงตาสีม่วงอ่อนไล่ไปตามตัวอักษรมากมายบนหน้ากระดาษอีกครู่หนึ่ง ก็ปิดมันเข้าหากัน แล้วโยนเข้าใส่กลุ่มไหมสีทองสว่าง ที่โยกไปโยกมาตามจังหวะเพลงที่ดังลอดจากหูฟัง ปากคาบอมยิ้มสีสดใสที่เขาเพิ่งให้ไปเมื่อครู่อย่างมีความสุข                

                หนังสือเล่มหนาตกลงสู่เป้าหมายอย่างแม่นยำราวจับวาง เรียกเสียงร้องดังลั่นก่อนคนโดนทำร้ายจะหมุนตัวกลับมาคว้าร่างเล็กๆของคนประทุษร้ายกอดหมับไว้ในอ้อมกอดจนตัวลอย

                "แกล้งเจ้าชายทำไมน่ะมาม่อน บอกไว้ก่อนนะ ถ้าจะขอลูกอมเจ้าชายล่ะก็ เจ้าชายไม่ให้หรอกนะ ชิชิชิชิ~"

                "ชั้นไม่ใช่เด็กอมมือแบบนายหรอกน่า เบลเฟกอน"

                พูดจบก็ฟาดซ้ำอีกครั้งด้วยสันหนังสืออีกเล่มที่ไม่รู้ว่าโพล่มาอยู่ในมืออีกฝ่ายตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่คราวนี้เบลยกหนังสืออีกเล่มขึ้นกันไว้ได้ทัน

                "แต่มาม่อนก็เด็กกว่าเจ้าชายตั้งหลายปีล่ะน่า~"

                คนยังอยู่ในวัยเด็กชายไม่ต่อประโยคของอีกฝ่ายให้เสียเวลาอีก หากหันให้ความสนใจกลับไปยังสิ่งที่ตนต้องการจะถามตั้งแต่เมื่อครู่นี้อีกครั้ง มาม่อนแกะตัวเองออกจากมือเบล ก่อนจะทิ้งตัวลงจากโซฟา และหันกลับไปยืนประจันหน้ากับอีกฝ่าย

                "นายคิดว่าคนใหม่จะมาแทนที่สคอลโล่ได้รึไง?"

                เบลเฟกอนนิ่งไปชั่วครู่เมื่อได้ยินคำถาม ก่อนจะแสยะยิ้มกว้างโชว์ฟันขาว เสียงหัวเราะที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวดังลอดออกมาดังขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับไอสังหารที่รุนแรแผ่กระจายออกจากกายของเด็กหนุ่ม รุนแรงจนทุกคนในห้องเผลอก้าวเท้าถอย เสียงหัวเราะชิชิชิดังขึ้นเรื่อยๆ หากก่อนจะกลายเป็นเสียงหัวเราะแผดลั่น สรรพเสียงทุกอย่างกลับเงียบลงอย่างฉับพลัน เสียงหัวเราะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มฉีกกว้างดังเดิม เชื้อพระวงศ์หนุ่มหันศีรษะไปหาคนอื่นๆที่ยืนรวมกันอยู่ปลายโซฟาอีกด้าน

                "แม้แต่ราชายังไม่คิด แล้วเจ้าชายจะคิดเรื่องไร้สาระแบบนั้นได้ยังไงล่ะ ชิชิชิ"

                เส้นผมสีทองสว่างบดบังใบหน้าไปกว่าค่อน จนไม่อาจคาดเดาได้ว่างนอกเหนือไปจากรอยยิ้มกว้างเกินปรกติที่แสดงออกแล้ว ภายใต้ม่านไหมสีอ่อนนั่น เบลเฟกอนกำลังแสดงสีหน้าเช่นไรอยู่

 

                "ไหนๆเจ้าชายก็อุตส่าห์หลอกหุ่นกระป๋องให้ไปรับคนใหม่มาแล้ว ทุกคนก็รอหุ่นกระป๋องมาก็แล้วกันนะ ชิชิชิชิ~"       

 

 

 

 

 

 

======================================

รอหุ่นกระป๋องมาถึงละกันนะทุกคน ชิชิชิชิ~~*

/me โดนเจ้าชายเสียบหน้าหงาย

 

รักมอสก้าว่ะ TAT~ จริงๆนะ คนบ้าไรวะเนี่ย อารมณ์แปรปรวนแถมยังเย็นชาเป้นบ้า!! โพล่มาแรกๆนึกว่าจะเป็นคนดี ที่ไหนได้!! นี่แกธาตุเมฆาหรือธาตุหมอกกันแน่วะ!!

 

รู้สึกมั้ยว่าช่วงนี้ไอ้ซันอัพบล็อคบ่อย?

วันก่อนอัพรูป ก่อนหน้านั้นก็อัพแทค วันนี้มาอัพฟิคอีก

เดี๋ยวมีโครงการอัพรูปคอสรวดอีก5กระทู้ได้ 5 5 5  ใครคาดว่าอาทิตย์หน้าจะหลงเข้ามาก็ระวังโหลดโหดก็แล้วกัน

เหมือนจะว่าง? เนอะ?

...........................||OTL TAT;;

....หนีความจริงสุดหูรูดดดดดดดดดดดดด!!!!!!

 

ตอนนี้งานที่ใหม่เพิ่งย้ายไปทำได้แค่2อาทิตย์ ใกล้ๆจะเข้าที่แระ งานเลยยิ่งเยอะขึ้นแบบสุดหูรูด ตายแน่ๆ งานนี้ตายอย่างเดียวแน่ๆ  OTL.................

.................ไอ้นี่คือสิ่งที่เค้าเรียกกันว่า "งานเข้า" สินะ  แล้ว "งานออก" มันอยู่ไหนวะ? บอกกุที = ="

ขอเวลาซัก60ชม.ต่อวันเหอะ!!

 

ขอบคุณสำหรับทุกเมนท์ฮะ!! อัพฟิคงวดหน้าจะมาตอบเมนท์นะ!!

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

เ้จ้าชายน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกก
,,>[]<,,~~!!!!

มอสก้ารอบนี้เป็นคนแฮะ (กร๊ากกกก)
เย็นชา ชาเย็น 0.0 เมว่าหมอนี่น่าจะเป็นพวกปกติที่สุดในวาเรียแล้วล่ะมั้ง (//โดนเสียบ)

#1 By melody in the world of the tale on 2008-09-01 10:35

แวะมาโฮกกกกกกกกกกกกกกก ด้วยใจรัก ยามะลูกแม่น่ารักน่าชัง แต่เหนืออื่นใด มอสก้า บทนายโซโฮกมากมาย บอสเล่นตัวมากๆเข้าเดี๋ยวแม่เชียร์ มอสก้า80 ซะเลยนี่!

#2 By ruk21us on 2008-09-01 11:49

ต๊ะฟิคไว้มาอ่านทีหลังนะ แต่ขอเมนท์นิดนึงจากที่บ่นๆ

ช่วงเวลาที่ยุ่งที่สุด
คือช่วงเวลาที่อู้ที่สุด!!

นั่นแล ที่มาของการอัพบล็อคของเอ็ง(และตู) จริงมิ?

#3 By [: ZEAR :] on 2008-09-01 11:52

กำลังงงว่ามอสก้าภาคนี้มันเป็นยังไงกันแน่ =w="

แต่มอสก้าภาคนี้โอ้ว....เท่นิดๆนะเนี่ย...แบบเย็นชาหน่อยๆน่ะ

ไงๆฟิคนี้ก็ชอบสควอลโล่ที่สุดแหละ ขนาดตายแล้วยังมีบทเป็นพักๆ 5555 ดูท่านายจะเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากเลยนะ

#4 By [Davi] on 2008-09-01 13:23

สนุก..... อ่า เราไม่รู้จักกันสินะ
แต่ว่าคิดตามผลงานอยู่นะ ......

ภาษาง๊ามงามนะครับท่าน ....
เนื้อเรื่องก็เข้าท่าดีไม่หยอก....

60 ช.ม.!! อยากได้เหมือนกันล่ะว๊อยครับ!!!

#5 By Raveno Sinyor on 2008-09-03 20:46

อะหึยยยยย


บอสคะ!! ยามาโมจจี้ดื้อมากนัก

หนูอนุญาตให้จับกดได้เลย~~!!!

(//โดนตบ)

#6 By ::HOTARU:: on 2009-12-15 16:47