[KHR] at the "RIFT" (D18)

posted on 16 Oct 2008 01:54 by kumokuma  in Fiction

เพราะคำว่ารัก

.

ไม่ได้มีแค่ความหมายเดียว

.

หัวใจของเรา

.

จึงไม่อาจมอบให้คนเพียงคนเดียวได้

.

และคนรักกันใช่จะอยู่ห่างกันไม่ได้

.

.

จริงมั้ย?

.

.

.

.

.

......เคียวยะ

 

at the "RIFT"

 

.

.

.

ชายหนุ่มเจ้าของผมทรงรีเจนท์กระชากใจแก๊งค์ซิ่งเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารทันทีที่ได้ยินเสียงเดินบนพื้นระเบียงไม้ คุซาคาเบะผุดลุกขึ้นยืนตัวตรงและโค้งให้เกียรติกับบุคคลที่มาใหม่ ใบหน้าคมเข้มเปื้อนรอยยิ้มน้อยๆขณะที่ปากยังคาบเศษไม้ชิ้นเล็กๆไว้ ดวงตามองสบกับร่างในชุดสีเข้มทั้งสองเบื้องหน้า ขณะเอื้อมมือเก็บเอกสารบางส่วนลงไปใต้โต๊ะทำงานตัวเตี้ยของตนเอง

"สวัสดีครับ คุณดีโน่ คุณโรมาริโอ้ เดี๋ยวผมเข้าไปบอกคุณเคียวให้นะครับ"

ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองสว่างพยักหน้ารับน้อยๆ ก่อนจะถอยไปนั่งคอยอยู่ที่เบาะรับแขกในห้องข้างเคียง ไม่นานอีกฝ่ายก็ยกถาดน้ำชามาเสิร์ฟและถอยออกไปรายงานเจ้าของสถานที่

ดีโน่ยกถ้วยชาขึ้นจิบน้อยๆ นี่เป็นเรื่องปรกติอยู่แล้วสำหรับคนที่จะเข้าพบกับฮิบาริ เคียวยะ การติดต่อต้องผ่านทางคุซาคาเบะทั้งหมด จากนั้นรอคำอนุญาตจากเจ้าตัว แขกผู้มาเยือนจึงสามารถก้าวล้ำเข้าไปในอาณาเขตของบุรุษแห่งเมฆาผู้นี้ได้ หากใครหาญกล้าจะล่วงล้ำเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต

......ก็เตรียมตัวจองคิวชามาลได้เลย

เท่าเทียมกันทุกคน

กระทั่งพวกสึนะ

และไม่เว้นแม้แต่เขา

ถ้วยกระเบื้องเล็กสวยแตะสัมผัสกับริมฝีปากบางอีกครั่ง กลิ่นใบชาหอมอ่อนๆทำให้ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าลงได้บ้าง หากริ้วรอยความเคร่งเครียดก็ยังคงไม่จางหายไป หางตาคมเหลือบเห็นคนสนิทกำลังนั่งทอดสายตาอยู่ริมระเบียงเช่นเคย รอยยิ้มน้อยๆก็พลันระบายพาดบนริมฝีปาก ชายหนุ่มเสยเส้นผมสีทองสว่างขึ้นลวกๆให้พ้นใบหน้า ดวงตาสีอ่อนกวาดมองไปรอบๆก่อนจะลุกขึ้นเดิน การตกแต่งภายในห้องนี้แตกต่างจากครั้งล่าสุดที่เขามาไม่มากนัก หากความต่างเพียงเล็กน้อยนั่น กลับแสดงให้เห็นชัดถึงช่องว่างระหว่างเขากับเจ้าของสถานที่

กับคนที่ไม่ชอบการสุมหัว จะยินยอมให้เปลี่ยนการตกแต่งห้องรับแขกได้บ่อยแค่ไหนกัน?

เสียงเลื่อนประตูดังขึ้นแผ่วเบาหากเรียกความสนใจของดีโน่ให้หันไปหาพร้อมรอยยิ้ม เมื่อฝั่งตรงข้ามของประตูคือร่างโปร่งบางในชุดยูคาตะสีดำสนิท ชายหนุ่มเพียงยืนกอดอกหลวมๆ ดวงตาสีดำเข้มจ้องตรงมายังแขกไม่ได้รับเชิญเบื้องหน้า ก่อนจะเอ่ยสั่งเสียงห้วน แล้วหันหลังเดินย้อนกลับเข้าไปด้านในทันที

"เข้ามา"

นั่นทำให้ดีโน่หัวเราะออกมาได้เป็นครั้งแรกของวัน

ชายหนุ่มร่างสูงก้าวเดินตามคนตรงหน้าไปตามทางเดินที่คุ้นเคย ระเบียงทางเดินทอดยาว ด้านข้างเป็นสวนแบบญี่ปุ่นที่บนพื้นลากเป็นลายขดก้นหอย เขาอดยิ้มออกมาน้อยๆไม่ได้ เมื่อคิดไปถึงขนาดแผ่นหลังของคนตรงหน้าในสมัยที่เจอกันครั้งแรก ไหล่เล็กบางที่คลุมทับด้วยเสื้อกักคุรันสีดำสนิท ยืนหยัดอย่างทรนงและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี ก่อนจะเติบใหญ่เพื่อกระโจนลงสู่ทะเลโลหิต ในฐานะผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของวองโกเล่

ถ้าจะให้พูดในฐานะอาจารย์ มีหรือจะไม่ภูมิใจ

ความเงียบครอบคลุมโถงทางเดินอีกครั้ง เมื่อผู้เดินนำไม่ใช่คนช่างพูดและคนเดินตามก็เงียบเสียงผิดปรกติจากที่เคย กระทั่งฮิบาริเดินเลี้ยวเข้าไปในห้องทำงานของตน ดวงตาสีฟ้าอ่อนกวาดไปรอบห้องทันทีที่ย่างเท้าแตะลงบนผืนเสื่อทาทามิ มองสำรวจข้าวของต่างๆดังเช่นที่เคยทำทุกครั้งที่เหยียบเข้ามา แม้จะรู้แก่ใจตั้งแต่มองครั้งแรกแล้วว่า ห้องนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป

"มีธุระอะไรก็ว่ามา ไอ้สัตว์กินพืช"

ชายหนุ่มเอ่ยขณะเดินไปทรุดตัวลงนั่งหลังโต๊ะเตี้ย ก่อนจะหยิบถาดหมึกขึ้นมาฝนต่อจากที่ค้างไว้อย่างแผ่วเบา ราวกลัวจะรบกวนนกน้อยตัวอ้วนป้อมที่หลับซุกใบหน้าอยู่ข้างกองกระดาษ ทิ้งให้ผู้มือเยือนเดินไปเดินมารอบห้องตนเหมือนเช่นเคย ดีโน่ถกแขนเสื้อเชิร์ตของตนขึ้นคลายร้อน ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆเดินสบายๆไปยังระเบียงกว้าง เขาคงจะลงเดินย่ำไปรอบสวนสวย หากไม่ใช่เพราะแสงสะท้อนเงาวาวจากโต๊ะเล็กกลางห้อง และน้ำเสียงเย็บเยียบที่ทำเอาต้องชะงักเท้าทันควัน

".........จะขย้ำให้ตาย"

ดีโน่หลุดหัวเราะเป็นครั้งที่สองของวันจนได้

ชายหนุ่มไม่กลัวหากจะต้องปะทะซ้อมฝีมือกับอีกฝ่าย แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ ที่เขามีเวลาเพียงจำกัดในการเดินทางมาญี่ปุ่นนี่ และครั้งนี้ก็ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องส่วนตัวอย่างเดียว ดีโน่เอนตัวพิงผนังสีอ่อนข้างกาย ก่อนแววขี้เล่นจะหายไปหลงเหลือเพียงริ้วรอยแห่งความเคร่งเครียดจริงจังเช่นที่เป็นตลอดระยะเวลาเกือบเดือนที่ผ่านมา

"สถานการณ์ทางฝั่งนี้เป็นยังไงบ้าง เคียวยะ"

ที่ดีโน่เอ่ยถึง คือสงครามล่าวองโกเล่ที่กำลังร้อนระอุอยู่ในขณะนี้ วองโกเล่สูญเสียสมาชิกไปเป็นจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว หรือแม้จะรู้ตัวแต่ก็ไม่อาจป้องกันได้ และนั่นรวมถึง ทารกต้องสาป อัลโกบาเรโน่ นักฆ่าที่เก่งที่สุดในโลกมืด

ข่าวการตายของ

รีบอร์น

"มีแต่พวกงี่เง่า...."

ดวงตาสีเข้มเงยขึ้นมองสบกับอีกฝ่าย ฮิบาริเองก็เพิ่งกลับจากการเดินทางเพื่อค้นหาอาวุธกล่อง และกำลังอยู่ในระหว่างเตรียมการเพื่อเดินทางครั้งต่อไป วองโกเล่กำลังอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน และต้องการกำลังเสริมอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม

"ฉันมีข้อความจากพวกผู้อาวุโสในแฟมมิลี่ ยื่นข้อเสนอให้พวกนายผู้พิทักษ์ พาตัวสึนะกลับไปที่อิตาลี อย่างน้อยๆก็เพื่อช่วยกันปกป้องศูนย์บัญชาการใหญ่ และเพื่อให้สามารถคุ้มกันทั้งพวกนายและสึนะได้ด้วย"

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน" ดวงตาสีดำเข้มมองตรงมาอย่างไม่ใส่ใจนัก หากจากประสบการณ์แล้วดีโน่บอกได้ทันทีว่า อีกฝ่ายพร้อมที่จะชักทอนฟาออกมาอาละวาดทุกเมื่อหากได้คำตอบที่ไม่พอใจ

หากคำขู่กลับไม่ส่งผลอะไรกับดีโน่แม้แต่น้อย ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม "นายเป็นผู้พิทักษ์ของสึนะ"

"แค่ผู้พิทักษ์ตอบตกลงเพียงคนเดียว ข้อเสนอนี้ก็จะถูกอนุมัติทันที"

 

ดวงตาเรียวปรายมองอีกฝ่ายชั่วครู่ก่อนมือเรียวจะขยับจรดปลายพู่กันลงบนแผ่นกระดาษ ลายเส้นหนักแน่น ทรงพลัง ตัวอักษรสีดำขลับค่อยๆถูกลากไล่ทีละตัว "......โดนปฏิเสธมาหมดแล้วสินะ"

คำตอบที่เป็นเหมือนคำถามรู้ทันกลายๆทำให้ดีโน่เผลอยิ้มน้อยๆออกมาโดยไม่รู้ตัว ใช่ ผู้พิทักษ์ทุกคนปฏิเสธข้อเสนอของผู้อาวุโสทั้งหมด ซ้ำร้าย ผู้พิทักษ์แห่งสายวรุณ ยังรับประกันคำตอบของฮิบาริให้เขาเรียบร้อยเสร็จสรรพอีกต่างหาก

ก็ใช่ว่าจะเดาไม่ได้นี่นะ

คิ้วสีอ่อนยังคงขมวดมุ่น หน้าที่ของเขามีเพียงแค่นำข้อความจากผู้อาวุโสมาบอกกล่าวเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับการตัดสินใจของพวกสึนะแม้แต่น้อย และหากมีใครก็ตามที่คิดจะพาสึนะและผู้พิทักษ์คนอื่นๆที่เหลือทั้งหมดกลับไปยังอิตาลี ที่ซึ่งกำลังเป็นศูนย์กลางการโจมตีอย่างหนักอยู่ในขณะนี้ เขาเองก็จะยื่นมือเข้าขัดขวางอย่างเต็มที่เช่นกัน

นิ้วเรียวถูนวดไปมาบนหัวคิ้วตน ชณะกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ความเงียบเข้าปกครองบริเวณห้องชั่วครู่ ก่อนที่ดีโน่จะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนอีกเช่นเคย

"แล้วถ้าเฉพาะนายล่ะ ถ้าฉันจะถามให้นายไปศูนย์ใหญ่ของแฟมมิลี่ที่อิตาลีด้วยกัน ......... นายจะไปอิตาลีกับฉันมั้ย"

"ไม่"

คำตอบรวดเร็ว สั้นง่าย และได้ใจความจากชายหนุ่มในชุดยูคาตะ แม้แต่จังหวะลากพู่กันยังไม่มีหยุดชะงัก ดีโน่เพียงแย้มยิ้มน้อยๆออกมา มือแกร่งยกเสยเรือนผมสีทองสว่างขึ้นพ้นใบหน้า ดวงตาสีอ่อนยังคงมองเพียงคนตรงหน้า คำตอบของฮิบาริเป็นสิ่งที่ดีโน่คาดไว้แล้ว และเขาก็ดีใจที่มันเป็นเช่นนั้น

"ถามได้มั้ยน่ะว่าทำไม?" ดีโน่ทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพื้นเสื่อทาทามิ สายตาแบนมองออกไปนอกระเบียง สวนแบบญี่ปุ่นถูกจัดแต่งไว้อย่างงดงาม

และไม่เปลี่ยนไปจากครั้งก่อนที่เคยมาแม้แต่น้อย

"ไอ้สัตว์กินพืช งี่เง่าน่ารำคาญ"

เสียงสบถบางเบาดังลอดริมฝีปากบาง ขณะนิ้วเรียวยังคงขยับลากเส้นน้ำหมึกลงบนแผ่นกระดาษ ตัวอักษรตวัดชัด มั่นคง แน่วนิ่ง ไม่วอกแวกต่อสิ่งใด ราวบทสนทนาธรรดาๆ ที่ไม่สลักสำคัญ ความเงียบแทรกซึมเข้าเชื่อมโยงรอยต่อของเรื่องราว เสียงนกและแมลงหน้าร้อนดังผะแผ่วผสานเสียงลากพู่กันบนกระดาษที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน กระทั่งเส้นน้ำหมึกขีดสุดท้ายถูกวาดลง บรรยากาศบางๆราวม่านควัน จึงถูกฉีกกระชากทำลาย

"เหมือนกันไม่ใช่รึไง.........นายน่ะ"

ดวงตาสีดำขลับจ้องตรงกลับมา ใบหน้ายังคงเรียบเฉยดุจเดิม ฮิบาริไม่ได้เอ่ยคำถาม ไม่ต้องการคำตอบ เพียงคำพูดธรรมดาๆที่ต่างฝ่ายต่างเข้าใจความหมายของมัน ความเงียบแผ่เข้าครอบคลุมอีกครั้ง หากคราวนี้บรรยากาศรอบกายพลันหนักอึ้ง

น้ำหนักกดชัดย้ำลงบนบ่า

หนักจนแทบทรุด

จมดิน

"...ของรักเรอะ...."

ความเงียบน่าอึดอัดถูกทำลายลงด้วยถ้วยคำที่ตอกย้ำถึงความรับผิดชอบ ดวงตาสีอ่อนจ้องมองฝ่ามือของตนแน่วนิ่ง สายตาหยุดลงบนรอยสักที่โพล่พ้นปลายแขนเสื้อออกมาเล็กน้อย รอยยิ้มจางปรากฏวูบเมื่อนึกเห็นภาพใบหน้าของสมาชิคแฟมมิลี่ เสียงหัวเราะของคนในปกครอง ใบหน้ายิ้มแย้มของทุกคนที่รู้จัก ทั้งหมดคือสิ่งสำคัญ

สำหรับนายคือนามิโมริ

คือวองโกเล่

สำหรับฉันคือแฟมมิลี่

คือคาบัคโรเน่

ดีโน่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม สายลมอ่อนๆโชยเข้าปะทะใบหน้าจนต้องหลับตาลง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนเหยียดยาวไปตามระเบียงไม้ และเหม่อมองขึ้นไปบนฟ้ากว้าง ช่วงปลายฤดูร้อนอันแสนสดใส เผยรอยยิ้มน้อยๆขณะมองตามก้อนสีขาวที่ลอยละล่องไปทั่วฟ้า ก่อนจะยกมือขึ้นสูง ท่าทางเหมือนกำลังคว้าจับอะไรบางอย่าง ก่อนจะนิ่งค้างอยู่เช่นนั้น จนอีกคนอดไม่ได้ที่จะหันมามอง

"เคียวยะ" เสียงทุ้มร้องเรียก ฝ่ามือใหญ่เอื้อมขึ้นเบื้องบนอีกครั้ง ปิดบังแผ่นฟ้าและ........

"ทำยังไงนายถึงจะยอมไปอยู่กับชั้นนะ?"

อาชาโลดแล่น นำหน้า

หากเมฆากลับล่องลอย เลยไป

ควบไล่ติดตามซักเท่าใด

กลับคว้าได้เพียงเงา

.

ต้องทำเช่นไร

.

จึงจะคว้าจับไว้ได้กัน?

"หึ"

คำตอบที่ได้เรียกให้อาชาผยองหันกลับไปมอง ก่อนจะผุดลุกขึ้นเดินไปนั่งลงเคียงข้าง ถ้วยกระเบื้องใบน้อยควันกรุ่นวางเยื้องอยู่ไม่ห่าง ฝีมือการชงของร่างบางในชุดยูคาตะสีเข้ม รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า ก่อนอ้อมแขนแกร่งจะตวัดกอดรัดคนตรงหน้า ใบหน้าซุกลงกับไหล่บาง หากครู่เดียวก็ผละออก

เวลาที่มี ได้หมดลงแล้ว

บอสหนุ่มสาวเท้ายาวๆไปคว้าเสื้อนอกของตนขึ้นจากพื้นเสื่อ ก่อนจะหันกลับมามองบุคคลที่เหลืออีกหนึ่งในห้อง ฮิบารินั่งลงที่โต๊ะทำงานตัวเตี้ยของตนอีกครั้ง ดวงตาสีเข้มตวัดมองกลับมาชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มฝนหมึกอีกครั้ง

"ไปล่ะนะเคียวยะ แล้วเจอกัน"

ถ้อยคำสุดท้ายถูกเอ่ย รอยยิ้มสดใสดั่งดวงตะวันส่งมอบให้แทนคำลา ขณะอาชาผยองพร้อมจะควบตะบึงกลับสู่สมรภูมิเลือดอีกครั้ง

.

.

"หึ...อย่าตายซะล่ะ เจ้าสัตว์กินพืช"

 

 

.

.

.

.

.

.

ทว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่วองโกเล่ได้รับการติดต่อจากคาบัคโรเน่แฟมมิลี่..............

"หวังว่าจะยังไม่ตายนะ ......ดีโน่"

 

 

 

 

 

 

 

=================================

ผมเห็นปัญหา!!! (/me โดนจับ)

 

ลองมืออย่างแรง ก๊ากกกกกกก

คนเขียนไม่พูดถึงมันมากไปกว่าคำว่าลองมือนี่แหล่ะ รอให้คนเมนท์มาเมนท์ก่อน แล้วคนเขียนจะไปตอบ

(จะได้ปั่น Reply ไปในตัว 555  .../me โดนรุมเหยียบ)

หวังว่าจะไม่เพี้ยน(เยอะไปกว่านี้)นะ

เชิญโขก สับ ด่ามาได้เลย T{}T  ฮือๆๆ

อย่าเพิ่งถามถึงเรื่องอื่นนะ!! มันกำลังจะมา!! (มั้ง) นั่นแหล่ะ มันอยู่ในขั้นตอน "กำลัง" จะมา!

 

ใครอ่านกระทู้ที่แล้วแล้วอยากเล่นมั่ง มารวมหัวกันเล่นเถอะ!!

เดี๋ยวจะเปิดหมวดต่างหากให้มันแล้วเนี่ย 5555

แล้วบล็อคนี้ก็จะเป็นบล็อคจับฉ่ายยยย

เออ เกือบลืมเลย เพิ่งได้ Page views (มันคือไอ้ที่คนอื่นเค้าเรียกกันว่า Hits สินะ??) 2,222 ล่ะ!

ใครบอกว่าน้อยโกรธนะเนี่ย! เจ้าของดองซะขนาดนี้ ได้เกิน 200 ก็บุญแล้ว (ฮา)

ได้เลขสวยทั้งทีทำอะไรดี(วะ?)

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โฮก อีกรอบ D18 มันต้องแบบนี้! นิ่ง เย็น เท่ แมน สุขุม เย็นชา และมาพร้อมความรับผิดชอบมหาศาล โฮกกกกกกกก

ปลื้มนัก รักที่ไม่ต้องพูดจาหรือมีความสัมพันธ์กัน หรือกระทั่งอยู่ด้วยกันตลอดเวลา รักที่ความคิดถึงมาทีหลังภาระหน้าที่ และพวกพ้อง ต่างก็ทำตามที่ใจคิด มีบางสิ่งที่ต้องปกป้อง แต่ก็มีกันและกันอยู่ในใจตลอด

จินตนาการมาตลอดว่าคู่นี้มันต้องเป็นแบบนี้ เวลานึกภาพก็จะนึกได้แต่รูปคนสองคนหันหลังชนกัน ด้านหน้าของแต่ละคนคือพวกพ้อง แต่ข้างหลังนั่นต่างก็เป็นที่พักพิงใจของกันและกัน อา...ละลายยยยยย เลิฟฟิค D18 สไตล์นั้นแล

อยากขอคู่นี้เรื่องยาวเหลือเกิน แต่รู้ว่างานเยอะ แค่นี้ก็เป็นปลื่มแล้วเน่อ

รัก D18 ( no18D ) รักเคะแมน+มั่น ( แต่อย่าถึงขนาด K ) เหนือสิ่งอื่นใด รักคนเขียนนนนนนน

ปล. ดีใจด้วยกับฮิต เลขนี้ มันต้องฟิคท่านรุ่นที่ 2 เซ่!!

#1 By ruk21us on 2008-10-16 04:19

อ๊า!!!
ชอบค่ะ
ท่านฮิช่างสมเป็นท่านฮิ ท่านโน่รู้ใจท่านฮิทุกเรื่องcry
อ่านแล้วเคยคิดนะว่าสองคนคงต้องอยู่แบบนี้แหละ
ถึงจะสงสารพี่โน่ แต่อย่างนี้สิถึงเป็นท่านฮิ...

#2 By nunu on 2008-10-16 11:09

คุณฮิสุขุมมาก~~~~

ชอบฟีลดีโน่ฟิคนี้แหะ รู้สึกนายเท่มากเลยนะ

คุณฮิเรื่องนี้เป็นคุณฮิ คุณฮิต้องอารมณ์นี้สิ = =b

#3 By [Davi] on 2008-10-16 11:19

นานๆทีจะได้นั่งอ่าน D18 อย่างตั้งใจ (กร๊ากกกก)
ชอบที่ท่านฮิไม่เกะแตก ดีโน่ไม่หื่น ช้อบชอบ open-mounthed smile
เห็นดัวยกับท่านรักมหาศาล
คิดเหมือนกัน ลอกๆเขียนตามๆ ฮ่าฮ่า (เลวไปไหม?)

รออ่านของตัวเสมอนะเค่อะ
(เห็นได้ชัดว่ารสนิยมเดียวกัน?)

#4 By dearchan on 2008-10-16 11:33

ท่านฮิ นิ่ง สุขุม
โน่ นิ่ง ไม่หื่น!

นิ่งแอบเป็นห่วงสมเป็นเคะซึนเลยท่านฮิ!

#5 By OnimizU [ก็ D18 ไง] on 2008-10-16 21:17

#6 By yuyu on 2009-05-06 11:53