วันนี้ดวงดีได้ตั๋วไปดูหนังเรื่อง Green Zone รอบสื่อที่โรงสยามพารากอนมาครับผม

อู้งานกันสุดติ่ง แถมตอนนี้ก็ยังมานั่งอัพบล็อคอีก (ฮา) 

ยอมรับเลยว่า ตอนเพื่อนโทรมาถามว่าจะดูมั้ยนี่ อิซันยังมึนๆถามกลับไปเลย "หนัง(ห่)าอะไรวะนั่น? มีหนังชื่อนี้กำลังจะเข้าโรงด้วยหรอ"

ก็มาได้ยินจากเพื่อน(อีกคน)ทีหลังน่ะนะ ว่าเป็นหนังเรื่องนึงที่มันตั้งตารอดูอยู่ บางทีอาจจะเป็นเพราะผมไม่ได้เสพย์ข่าวสารอะไรนานเกินไปแล้วก็ได้ เอาแต่เห็นเดือนผ่านหน้าต่างห้อง กับนั่งมองตะวันจากในจอคอมอยู่

งานนี้พอได้ดูแล้วก็อดรนทนไม่ได้ = =" ขอเอามาเผยแพร่ให้คุณๆท่านๆเป็นอุทาหรณ์ว่าอย่าได้เสียตังไปดูมันเลย OTL

ปล. ทั้งหมดนี่เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ ^^

 

 


 

เท้าความก่อนฮะ

หนังเรื่อง Green Zone เป็นหนังแนวสงคราม สร้างเรื่องราวทั้งหมดขึ้นมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบและข่าวลือต่างๆนาๆจากสงครามอิรัค โดยหนังจะนำเสนอเรื่องราวผ่านทางทหารอเมริกันที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในสงครามอิรัคนั่นแหล่ะ

เรื่องย่อของ Green Zone อ่านแล้วจับใจความได้ว่า มิลเลอร์(พระเอก) เป็นทหารที่ไปปฏิบัติการณ์ในอิรัค และได้รับคำสั่งให้ค้นหาสุดยอดอาวุธของอิรัคออกมา

เรื่องย่อที่โรงหนังบอกไว้ก่อนดู มีแค่นั้นแหล่ะ (ฮา)

เอาจริงๆ แค่เห็นเรื่องย่อ ความอยากดูก็หายไป 60% แล้วล่ะนะ (ฮา)

ตอนนี้จะยังไม่สปอลย์ก็แล้วกันนะฮะ เพราะว่าแค่ส่วนอื่นนอกเหนือจากเนื้อเรื่อง กับประเด็นที่หนังต้องการจะสื่อ(รึเปล่า?) ก็ทำให้ความน่าดูของหนังเรื่องนี้หดเหลือไม่ถึง 30% แล้วล่ะนะ = ="

 

 

 

คะแนนรีวิวในสายตาอิซัน

4/10

 

 

 

เหตุผล

1. หักคะแนนแหลกลาญข้อแรกตั้งแต่การเล่นกล้องของหนังเรื่องนี้เลยครับ มันเป็นหนังเรื่องแรก ที่ทำให้อิซันนั่งเมาหนังตั้งแต่ยังฉายไปได้ไม่ถึง 10 นาทีดี ด้วยมุมกล้องที่เหมือนแผ่นดินไหวตลอดเวลา ไม่ได้เป็นเฉพาะจขบ.คนเดียว แต่ทั้งคณะที่ไปดูกับ 9 คน ตายในหน้าที่กันเกือบหมด

ยอมรับว่าที่นั่งน่าจะมีส่วน เพราะนั่งค่อนหน้าไปค่อนข้างเยอะ แต่หนังเรื่องนี้มุมกล้องแย่มากจริงๆ เห็นเพื่อนว่าอาการหนักกว่า Blair Witch Project อีกว่ะ...

หนังที่ดูไม่รู้เรื่อง หรือทำให้คนทนดูไม่ได้ (คนข้างๆอิซัน หลับซบกันหงุงหงิงมันตั้งกะยังไม่กลางเรื่องดี) ถึงจะมีอะไรดีในหนังมากแค่ไหน สำหรับผมแล้วยังไงก็ถือว่าสอบตกฮะ

คาดว่าต้องการทำเพื่อความสมจริงของการเคลื่อนที่ ประมาณว่าตัวละครวิ่ง กล้องก็วิ่งเขย่าตามตัวละครไปด้วย เรียกว่าใครขยับเปลี่ยนท่า กล้องก็ไปตามนั้น เห็นแล้วนึกว่า Can dit camera มีกล้องตัวเดียววิ่งมันทั้งฉาก = =" ลองนึกตามว่าดูหนังแล้วกล้องตัดฉากสับไปสับมา หมุน+เขย่า+เคลื่อนที่+ก้ม+เงย+สวิง+ตีลังกา+ตะแคงข้าง+ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหว ...

เอิ่ม.... นี่ดูหนังนะฮะ ไม่ใช่รถไฟเหาะตีลังกา

งานนี้ต่อให้เป็นลอริเอะแบบมีปีก ก็เอาไม่อยู่หรอกนะ.........OTL

 

2. ข้อนี้ไม่ค่อยเกี่ยวกับการหักคะแนน(ฮา) แต่เป็นความหมั่นไส้ส่วนตัวเลยส่งผลกับคะแนนนิดหน่อย Green Zone ที่เป็นชื่อหนังเรื่องนี้ มาจากชื่อโซนปลอดภัยโซนเดียวในอิรัคฮะ เดาเอาจากในหนังว่ามันกินอาณาเขตล้อมวังรีพับริกันของซัดดัมไว้น่ะนะ

เป็นโซนที่มีนักท่องเที่ยว(?) หรือญาติทหาร หรือสื่อมวลชน หรืออะไรก็ตามซัมติง สามารถยืนถ่ายรูปกับรถถังได้เหมือนตอนรัฐประหาร

และเป็นโซนที่ทำให้คนอเมริกันนึกว่าชนะสงครามอิรัคแล้ว

ฟังดูเหมือนจะมีบทมาก? จริงๆแล้วกรีนโซนโพล่ออกมาตอนกลางเรื่องกว่าๆแระ แถมมาแค่ป้ายให้เห็นว่ากรีนโซน กับคำพูดที่ซีไอเอคนนึงพูดกระแนะกระแหน(หรือไม่ก็เตือนสติ) จนท.สหรัฐแค่นั้นแหล่ะ ชนิดที่ว่าถ้าใครไม่ทันสังเกตุป้ายผุๆพังๆข้างทางนั่น กะคอยฟังคำพูดของซีไอเอคนนั้นให้ดีๆ ก็ไม่ทันได้รู้สึกอ่ะ ว่ามีการเอ่ยถึงแล้ว

นอกนั้นกรีนโซนมีความสำคัญแค่เป็นชื่อหนังครับ

 

 

 

 

 

หลังจากนี้จะเป็นสปอลย์ล้วนๆเลย

 

 

 

 

สปอลย์นะจรุ๊

 

 

 

 

 

 

สปอลย์นะย๊า~

 

 

 

 

 

ส้มป่อยๆๆ

 

 

 

 

 

สะปอยยย

 

 

 

 

สปอลยยยย์

 

 

 

 

 

 

(พอเหอะ เดี๋ยวจะบ้าแบบไอ้มุกมัน)

 

 

 

เรื่องย่อคร่าวๆ

มิลเลอร์ ทหารอเมริกัน ตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วย เกิดอาการเซ็งเป็ดจากปฏิบัติการณ์ล่าสุดที่ทีมตัวเองโดนหลอกให้บุกเข้าไปในโรงงานทำโถส้วมร้างที่มีแต่ฟอลซิลอึ๊นกพิราบทับถมอยู่แทนที่จะเป็นสถานที่ซุกซ่อมอาวุธเคมีพิฆาตลับสุดยอดของซัดดัมที่มีชื่อย่อว่า WMD แถมนี่ยังเป็นหนที่สามแล้วที่ปฏิบัติการณ์คว้าน้ำเหลว!! มิลเลอร์มั่นใจว่าจะต้องมีความผิดพลาดเกิดที่ข่าวกรองแน่นอน แต่เบื้องบนก็เอาแต่ปิดหูปิดตาไม่รับรู้ และตอกหน้าหงายกลับมาแค่ว่า "มีหน้าที่ทำตามคำสั่งก็ทำไป"

จังหวะที่มิลเลอร์กำลังเซ็งจิตก็มีลุงซีไอเอโพล่เข้ามาแจ้งว่าที่หมายต่อไปของมิลเลอร์นั้น มีคนไปสำรวจตั้งกะ 2 เดือนก่อนแระ แถมยังปิ๋วอีกต่างหากแล้วทิ้งนามบัตรไว้ให้และบอกว่า "มีไรโทรหาป๋าได้นะน้อง~"

แน่นอนว่าลุงซีไอเอย่อมถูกเสมอ มิลเลอร์และเพื่อนทหารที่จำใจต้องวางปืนมาคว้าจอมเสียมขุดสนามเด็กเล่นอย่างเอาเป็นเอาตายก็ได้แต่คว้าน้ำเหลว แม้แต่น้ำมันยังไม่มีผุดมาให้รวยเล่นซักกะหยด นับประสาอะไรกะอาวุธเคมี ใครมันจะบ้าเอามาผังไว้กลางสนามเด็กเล่น = =" แต่จู่ๆก็มีหนุ่มอิรัคคนนึงตรงเข้ามาหาพร้อมกับคาบข่าวมาแจ้งว่า "กำลังมีการประชุมลับๆกันเกิดขึ้นแถวนี้"

มิลเลอร์ตัดสินใจเชื่อหนุ่มอิรัคนามเฟร้ดดี้คนนั้น และนำกำลังแอบซุ่มไปบุกงานประชุม(ที่มันกำลังเลิก) และก็พบว่าตัวเองจับได้ลูกน้องของลูกน้องคนที่เรียกได้ว่าสนิทของซัดดัม อย่าง โมฮัมเหม็ด อัล ราวี แต่แน่นอนว่า โมฮัมเหม็ด อัล ราวี ก็ต้องหนีไปได้ตามระเบียบล่ะนะ แต่มิลเลอร์ก็ได้เดธโน๊ตของอัลราวีมาจากคุณลูกน้องแทน

แต่ก่อนที่มิลเลอร์จะพาตัวลูกน้องของนายพลอัลราวีกลับฐาน ก็มีหน่วยพิฆาตของทหารอเมริกันมาคุมตัวนักโทษไปแทนเสียก่อน ทหารอเมริกันตีกันเองวุ่นวาย กระทาชายนายเฟร้ดดี้ก็เผ่นหนีขาเดี้ยงไปอย่างว่องเพราะกลัวตาย โดยเอาสมุดจากมิลเลอร์ไปด้วย และก่อเป็นดราม่าให้เฟร้ดดี้ได้พ่นประโยคแสดงความ "เป็นอิรัค รักชาติ" ออกมา