เรื่องที่ทำให้ใจเต้น....
posted on 06 Apr 2009 00:49 by kumokuma in Fiction
9.15น.
มือถือโนเกียสีลอกสั่นสะเทือนขึ้นเป็นจังหวะพร้อมเสียงริงโทนจังหวะทะลุทะลวง
เจ้าของจงใจใช้มันเพื่อหวังว่ามันจะกระชากตนเองออกจากความฝันแสนหวานได้ในยามเข้า แต่ช่างน่าเศร้าที่ทุกๆครั้งมันเป็นได้แค่ความฝัน หากในครั้งนี้ หลังจากที่มือถือเครื่องน้อยได้พยายามมาตลอดตั้งแต่เวลา 8.30 น. ในที่สุด เจ้าของของมันก็ยอมเปิดเปลือกตาขึ้นเหลือบมองมาในที่สุด
ดวงตาสีดำเข้มเบิกกว้าง หัวใจเต้นรัว แววง่วงงุนหายวับไปในทันที เมื่อเหลือบเห็นตัวเลขบอกเวลาชัดๆ และพบว่า มันห่างจากเวลานัดหมายเพียง 45 นาที ในขณะที่สถานที่นัดหมายอยู่ไกลออกไปถึงสถานีรถไฟฟ้าอโศก
เจ้าตัวกระโดดลุกออกจากเตียงอย่างว่องไวราวกับไม่ใช่เช้าวันอาทิตย์ และพุ่งหายลับเข้าไปในห้องน้ำ โดยไม่ลืมคว้าผ้าเช็ดตัวจากราวด้านหน้าติดมือไปด้วย
.
.
10.20 น.
รองเท้าแตะสกอร์สีฟ้าหวานไม่เข้ากับลักษณะเจ้าของก้าวยื่นออกมาจากรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก
ดวงตาสีดำสนิทเหลือบมองหน้าปัดนาฬิกาข้อมือบนมือขวา ตัวเลขบนนั้นตอกย้ำให้เห็นว่า เขามาสายกว่าเวลานัดหมายถึง 20 นาที สองขาสาวเท้าก้าวยาวๆออกจากตัวสถานี และเดินเกือบจะวิ่งลงจากบันไดสถานี ใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ ด้วยหวังว่า จะยังมีคนมาถึงสถานที่นัดหมายไม่มากเท่าไหร่นัก
หากยังไม่ทันได้ลุ้นอะไรมาก สองเท้าก็พาเขามาถึงหน้าตึกไทม์แสควร์เสียก่อน พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยแกมรู้ทันที่ถูกส่งมาจากผู้ที่มารออยู่
จนทำได้เพียงส่งยิ้มแก้เก้อกลับไป
และเมื่อหันไปมองยังพื้นที่นัดหมายหน้าตึก ก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าคนอื่นๆที่ร่วมคณะเดินทางไปด้วยกันนั้น ยังมาถึงไม่มากนัก มือขวาเอื้อมปลดล็อคกระเป๋ากล้องก่อนจะหยิบสมบัติประจำออฟฟิศออกมา และเดินเข้าไปหาเหล่าสต๊าฟเพื่อเริ่มต้นทำงาน โดยมีสายตาคู่หนึ่งมองตามด้วยรอยยิ้มขบขันแกมรู้ทัน
.
.
12.10 น.
รถบัสสองชั้นจอดเทียบเข้าสู่ที่หมายที่แท้จริง สวนสนุกดรีมเวิร์ด
ทันทีที่รองเท้าแตะสกอร์แตะลงสู่พื้นถนนด้านหน้าดรีมเวิร์ด เจ้าของมันกชะงักเท้ากึกค้างอยู่หน้าประตูรถ เมื่อมองเห็นปริมาณคนมหาศาลราวกับมีม็อบบุกดรีมเวิร์ด
กระทั่งเสียงตะโกนด่ากึ่งแซวลั่นจากเหล่าบุคคลที่เพิ่งรู้จักกันหมาดๆบนรถดังไล่หลังลงมา เจ้าของของมันจึงรีบโดดลงจากรถแล้วหลบให้พ้นทาง ก่อนที่จะมีรองเท้าคู่อื่นช่วยกันประทับลงมาบนหลังแทน
หากดวงตาสีดำสนิท ยังคงกวาดมองไปยังบริเวณพื้นที่ซื้อบัตรเข้าประตู ที่แออัดหนาแน่นไปด้วยจำนวนคนไม่ใช่น้อยๆ ขณะนึกคาดคะแนในใจ ว่าวันนี้คงหมดหวังได้เล่นเครื่องเล่นใดๆ แน่นอน
ขณะที่เจ้าตัวกำลังยืนอึ้งอยู่เหล่าสต๊าฟก็เริ่มทยอยขนข้าวของลงจากรถเพื่อเข้าไปสมทบกับสต๊าฟอีกกลุ่ม ที่มาตั้งบูธรอลงทะเบียนอยู่ก่อนแล้ว เสียงเรียกชื่อจากบุคคลที่มาด้วยกัน ดึงความสนใจของเขากลับจากกลุ่มคน ทำให้สองเท้าก้าวเดินอีกครั้งนำทางทั้งตนเองและอีกฝ่ายเข้าไปยังโต๊ะลงทะเบียนสื่อมวลชน
ป้ายบอกฐานะสีฟ้าใสเข้ากับรองเท้าสกอร์คู่เก่งถูกกลัดติดกับปกเสื้อโปโลสีขาวสะอาด ที่แอบเปื้อนเหงื่ออยู่บ้างเนื่องจากปริมาณคนและอุณหภูมิยามเที่ยงท่ามกลางแดดเปรี้ยงของประเทศไทย หัวใจเต้นแรงสูบฉีดโลหิตให้ไหลเวียน ยิ่งอากาศร้อนเท่าใด โลหิตก็ยิ่งสูบฉีดดี เห็นได้ชัดจากใบหน้าแดงก่ำ และหยาดเงื่อที่ไหลซึม
หากเขาก็ยังคงตะเกียกตะกายเพื่อหาหนทางถ่ายภาพในมุมที่ต้องการให้ได้ต่อไป ขณะที่ผู้ร่วมทางอีกคนยืนอ่านแผ่นพับดรีมเวิร์ดอย่างเพลิดเพลิน
.
.
13.30 น.
สองเท้าในรองเท้าสกอร์กระโดดขึ้นยืนเหยียบเหนือขอบพื้นที่ปลูกต้นไม้
ก่อนเจ้าของมันจะเทคตัวขึ้นเพื่อหวังจะเก็บภาพบรรยากาศก่อนเริ่มกิจกรรมวอร์คเรลลี่ในมุมสูง นิ้วมือรัวกดชัตเตอร์ไปได้สองสามภาพ ก่อนจะกระโจนลงสู่พื้น และเก็บภาพทีมวอร์คเรลลี่ทั้งสี่สีจากมุมด้านหน้า และเมื่อพิธีกรให้สัญญาณ เจ้าตัวก็ออกวิ่งไปพร้อมๆกับผู้ร่วมกิจกรรม
ระยะทางจากสระเรือบั้ม วิ่งกลับไปถึงบ้านยักษ์ไม่ใช่เส้นทางที่ไกลนัก หากเดินด้วยความเร็วปรกติ แต่เมื่อต้องวิ่งไปด้วย และหันกลับหลังมาถ่ายภาพคนอื่นๆไปพร้อมกันด้วยแล้ว ก็เล่นเอาเหนื่อยไม่ใช่เล่นเลยทีเดียว
เจ้าของรองเท้าสกอร์คู่สีฟ้าสับเท้าพาตัวเองมาถึงเส้นชัยได้เป็นอันดับกลางๆ ด้วยใบหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก ขณะยันมือทั้งสองข้างเท้าลงกับหัวเข่า และหอบหายใจอย่างหนัก ในอาการที่ไม่ต่างกับผู้ร่วมกิจกรรมรายอื่นๆซักเท่าไหร่นัก
กระทั่งคนอื่นๆทยอยวิ่งมาถึงกันจนครบ เจ้าตัวจึงค่อยเงยหน้าขึ้น ก่อนจะจะสัมผัสกับความเย็นที่แตะโดนข้างแก้มจนสะดุ้งโหยง เรียกเสียงหัวเราะลั่นจากตัวคนทำ ที่ยืนยิ้มแต้ส่งขวดน้ำเย็นเจี๊ยบในมือซ้ายมาให้ โดยที่มือขวากอดตุ๊กตาหมูตัวหนึ่งเอาไว้หลวมๆ
ในวินาทีนั้น เขาตัดสินใจได้ทันทีว่า เดี๋ยวค่อยกลับมาตามถ่ายรูปอีกครั้งในช่วงบ่ายก็แล้วกัน
.
.
14.30 น.
ตุ๊กตาหมูขาวจั๊วะในชุดบิกินี่สุดเซ็กซี่ถูกทิ้งให้นอนเอ้งเม้งอยู่ใต้โต๊ะบริเวณจุดรวมพล
ขณะที่เจ้าของของมันเริ่มออกเดินทางล่ารางวัลเพิ่มเติมด้วยเสียงเรียกร้องจากสาวๆในออฟฟิศที่ติดตามมาด้วยกัน มือใหญ่หยิบลูกบาสเก็ตบอลสีส้มสดขึ้นเล็งเหนือศรีษะ ก่อนจะชู๊ตออกไป ลูกบาสลอยเป็นวงโค้งสวยงาม ก่อนจะตกกระทบกับขอบห่วงและกระดอนออก พร้อมเสียงร้องโวยวายของสาวๆ ขณะที่ชายหนุ่มคนชู๊ตเพียงยืนหัวเราะ และเลือกหยิบลูกใหม่ต่อไป
ส่วนเจ้าของรองเท้าสกอร์คู่สีฟ้า เลือกที่จะยืนห่างออกมาเล็กน้อยเสียงชัตเตอร์ดังเป็นจังหวะเดียวกับที่ลูกบาสพุ่งสวยลงห่วงไปอย่างสวยงาม และภาพถัดไปก็คือคนชู๊ตลงที่หันมาชูสองนิ้วใส่กล้อง โดยมีกองเชียร์สาวสองคนร่วมกันกอดตุ๊กตาหมีแร่ดไว้ในมือยืนเก็กสวยเป็นแบ๊คกราวนด์
แต่เมื่อเจ้าตัวกำลังจะกดเช็ครูปที่เพิ่งถ่ายไปหมาดๆ เสียงร้องวี๊ดว๊ายของสองสาวก็ดังขึ้นเรียกให้เหลือบสายตาไปมองความรุ้สึกราวหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ ทันทีที่เห็น “คนแบกแรด” ที่คาดว่าจะมาเป็นแบรนด์ดังแทนน้ำปลาตราคนแบกกุ้งในอนาคต กำลังเดินผ่านไปเบื้องหน้าถึงสองคนด้วยกัน
ตุ๊กตาแรดขนาดใหญ่เท่าตัวคนทำเอาต่อมอยากได้กำเริบกระทันหันจนต้องหันไปถามคนดูแลเกมชู๊ตบาสถึงตำแหน่งของซุ้มเกมที่เล่นแล้วได้ตุ๊กตาแรดยักษ์มา ก่อนที่เจ้าตัวจะลากอีกสามคนที่เหลือให้วิ่งตามไปในทันที
แบงค์สีแดงใบละหนึ่งร้อยบาทถูกควักออกอย่างง่ายดาย พร้อมกับลูกโบว์ลิ่งสีดำสนิทที่เลื่อนไถลลงมาเบื้องหน้า คนดูแลประจำซุ้มเกมอธิบายวิธีเล่นอย่างอารมณ์ดี แถมยังสอนเคล็ดลับให้อีกต่างหาก แต่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่อาจทำให้เจ้าตัวคลายความตื่นเต้นลงได้ หัวใจเต้นเป็นจังหวะรัว เมื่อลูกโบว์ลิ่งที่ผลักออกไป ค่อยๆไต่ไปค้างอยู่บนทางโค้ง และเลยลงไปยังแอ่งกระทะด้านล่าง
หากลูกโบว์ลิ่งค้างอยู่ในแอ่งนั่นได้โดยไม่ไหลกลับมา เขาจะได้ตุ๊กตาแร่ดขนาดเท่าคนจริงไปแบกเล่น
แต่ก็มีเพียงเสียงร้องอุทานด้วยความเสียดาย เมื่อลูกโบว์ลิ่งมันไหลถอยหลังย้อนกลับมา
.
.
16.00 น.
เสียงกรีดร้องดังก้องเต็มสองหูเป็นรอบที่สิบ ขณะที่สองเท้ายังคงยืนนิ่งแทบไม่เคลื่อนจากตำแหน่งเดิม
รองเท้าสกอร์คู่ใจเหมือนจะไม่ช่วยอะไรเมื่อเจ้าของของมันต้องมายืนรอคิวเครื่องเล่นแต่ละเครื่องนานกว่าครึ่งชั่วโมง การได้คืบหน้าไปครั้งละไม่กี่เมตรหลังยืนเฉยๆนานกว่าห้านาที ทำเอาเจ้าตัวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหอยทากที่กระดึ๊บได้ทีละสองสามมิล หันมองคนข้างๆก็ทำหน้าเบื่อหน่ายไม่แพ้กัน จนได้แต่ยกมือขึ้นขยี้เส้นผมสีน้ำตาลเข้มไปมาให้ยุ่งเล่นระบายความรำคาญ
ดวงตาสีดำเข้มมองไล่นับไปตามจำนวนคน ขณะภายในสมองคิดคำนวนตัวเลขคาดเดาจำนวนรอบและเวลาที่ต้องรอกว่าจะได้เล่นอย่างว่องไว และเจ้าตัวก็เผลอยิ้มออกมาเมื่อประมาณได้ว่า ภายในไม่เกินสามรอบถัดไป
เรือสีน้ำตาลลำโตติดแผงไฟโดยรอบ นางเงือกเกาะยึดอยู่บนเสากระโดงที่ไม่มีลูกเรือ ที่นั่งทั้งสิบแถวบรรทุกเต็มไปด้วยผู้เล่น เสียงกรี๊ดดังลั่นยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อแถวขยับมาจนกระทั่งเหลือเพียงพวกเขาสี่คนเป็นคิวแรกสุด ใกล้จนรู้สึกเหมือนจะสามารถยื่นมือไปแตะลายสาหร่ายทะเลบนลำเรือที่ค่อยๆเหวี่ยงต่ำลงเพื่อเทียบท่าได้ และเมื่อพนักงานคุมเครื่องปลดโซ่ที่กั้นระหว่างเขากับเรือไวกิ้งออก สองเท้าก็พาตัวเจ้าของพุ่งเข้าสู่ที่นั่งหลังสุดบริเวณท้ายเรือทันที
จังหวะดนตรีแดนซ์ฮอลล์ดังกระหึ่มพร้อมๆกับเสียงร้องของผู้เล่นเมื่อเรือไวกิ้งค่อยๆแกว่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จังหวะหัวใจเต้นกระหน่ำเมื่อเรือแกว่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ดวงตาสี่คู่มองสบกันก่อนจะยืดตัวยืนขึ้นเปล่งเสียงร้องออกมาอย่างสุดกลั้น เมื่อความมันส์สุดยอดมาเยือน และร่างกายหลั่นอะดีนารีนออกมายามร่างกายตื่นเต้น ในเวลานั้นหัวใจจะเต้นด้วยจังหวะใด ก็ไม่มีใครรับรู้สนใจอีกต่อไป
มีเพียงเสียงดนตรีกระหึ่มกับความรู้สึกมันส์สุดๆ ยามอากาศแหวกผ่านสองข้างกายไปพร้อมๆกับเสียงกรี๊ดของเพื่อร่วมชะตากรรม
.
.
17.30 น.
ปากร้องขอทาง ขณะสองมือช่วยพาร่างตนเองแหวกฝ่าฝูงชน
รองเท้าสกอร์สีฟ้าสดใสคู่เดิน เหยียบยันขึ้นเหนือขอบที่ปลูกต้นไม้ที่เดิม พาเจ้าของของมันผ่านทางลัดหลังแหวกฝูงชนเพื่อเข้าสู่จุดที่กำลังจะมีการแข่งขัน ก่อนจะกระโจนลงสู่พื้นอย่างนิ่มนวลเมื่อถึงที่หมาย เจ้าของของมันส่งรอยยิ้มไปโดยรอบเช่นที่เคยพร้อมกับผงกศรีษะลงขออภัยบุคคลโดยรอบ ก่อนจะยกกล้องขึ้นและชะโงกมองหามุมกดชัตเตอร์
เสียงพิธีกรดำเนินกิจกรรมดังผ่านโทรโข่งไปทั่วบริเวณ ขณะที่เหล่าสต๊าฟแจกจ่ายอุปกรณ์บางอย่างให้กับกลุ่มผู้เล่น ที่ขณะนี้เปลี่ยนจากสี่สีกลายมาเป็นกลุ่มตัวแทนสามกลุ่มย่อยๆ เสียงรัวชัตเตอร์กดภาพดังเป็นจังหวะเช่นเดียวกับแสงแฟรช ขณะที่เจ้าตัวถอยออกมาเพื่อเปิดทางให้กับช่างภาพประจำงานอีกราย และได้รอยยิ้มกลับมาแทนคำขอบคุณ
เสียงสัญญาณดังขึ้นพร้อมๆกับที่ผู้เข้าแข่งขันเร่งมือกันสุดกำลัง ดวงตาสีดำสนิทเฝ้ามองเหตุการณ์ผ่านเลนส์กล้องด้วยหัวใจที่เต้นระทึกอย่างตื่นเต้น อดลุ้นไปด้วยไม่ได้เมื่อรู้ว่าผู้ชนะจะได้ของรางวัลใหญ่ที่สุดของงาน ชัตเตอร์จับภาพผู้แข่งขันแต่ละทีมอย่างว่องไว ก่อนที่เสียงนกหวีดหมดเวลาจะดังขึ้นตามมา
ลมหายใจถูกผ่อนออก พร้อมเสียงร้องเฮลั่นจากทีมที่ชนะ และเสียงอุทานอย่างเสียงดายดังจากทีมที่ไม่อาจพิชิตรางวัลลงได้
.
.
19.30 น.
ลมหายใจหอบกระชั้น ขณะที่แต่ละคนทยอยกันวิ่งขึ้นรถบัสเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน
ท้องฟ้าเบื้องนอกมืดสนิทผิดกับขามา สิ่งที่ช่วยส่องทางมีเพียงแสงไฟจากหลอนนีออนเท่านั้น หากเจ้าของรองเท้าสกอร์คู่สีฟ้าสวยก็ยังอดไม่ได้ที่จะแวะกดชัตเตอร์ตามรายทางที่ผ่าน ทำเอาคนที่มาด้วยกันได้แต่ยืนหอบตุ๊กตาทำหน้ามึนอยู่ไม่ไกล
กระทั่งจู่ๆแสงไฟก็ดับวูบลงอย่างกระทันหัน ทำเอาหัวใจกระตุกวูบ พร้อมกับเสียงร้องด้วยความตกใจดังจากกลุ่มสต๊าฟที่กำลังเก็บของ หากก็เพียงชั่วครู่ก่อนที่ทางดรีมเวิร์ดจะเปิดไฟกลับขึ้นให้อีกครั้ง
คราวนี้ไม่ต้องให้เร่งซ้ำสอง เจ้าตัวผละจากหน้าบ้านผีสิง ออกเดินกึ่งวิ่งตัวปลิวตามหลังคนหอบตุ๊กตาไปแทบจะทันที
โดยไม่ลืมที่จะคว้าตุ๊กตาส่วนของตนมากอดไว้ในมือเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน
.
.
22.00 น.
รองเท้าแตะสกอร์สีฟ้าหวานไม่เข้ากับหน้าเจ้าของก้าวยื่นออกมาจากรถไฟฟ้า BTS สถานีสุรศักดิ์
ดวงตาสีดำสนิทเหลือบมองหน้าปัดนาฬิกาข้อมือบนมือขวา ตัวเลขบนนั้นสั่งให้เจ้าตัวรีบควักโทรศัพท์มือถือโนเกียสีเทาลอกเครื่องเดิมของตนออกมากดหาสายโทรเข้าล่าสุดทันที เสียงรอสายดังอยู่เพียงครู่ก่อนเจ้าตัวละกดตัดสายทิ้ง แล้วรอให้อีกฝ่ายโทรกลับมา
กระเป๋าสตางค์สีฟ้าเข้มแตะลงเหนือประตูทางออกรถไฟฟ้า เสียงสัญญาณดังรับ และประตูเลื่อนเปิดออก เช่นเดียวกับเสียงริงโทนเด็กหัวเราะที่ดังขึ้นก่อนจะถูกกดรับ เจ้าของของมันเอ่ยพูดตอบรับกับปลายสายเพียงสองสามคำ เพื่อบอกว่าตนเองกำลังจะถึงบ้าน และเมื่อรับคำตอบจากปลายสายว่าจะรอเปิดประตูให้เจ้าตัวเพียงยิ้มน้อยๆออกมา
รองเท้าสกอร์คู่ใจสับวิ่งลงจากบันไดอย่างรวดเร็ว มือส่งสัญญาณหาวินมอเตอร์ไซด์เจ้าประจำบริเวณตีนบันไดลงรถไฟฟ้า ตวัดเจ้าสกอร์ข้ามเบาะหนังสีอ่อน มือซ้ายรับหมวกกันน็อคใบย่อมมาสวมขณะมือขวากอดเจ้าตุ๊กตาควายแน่นอยู่ในอ้อมแขน เสียงเร่งเครื่องดังขึ้น และรถมอเตอร์ไซด์ก็เคลื่อนออกจากวิน
หากยังไม่ทันจะถึงไฟแดงแรก รถเท็กซี่รับจ้างคันสีชมพูสดที่จอดติดไฟแดงเบื้องหน้าอยู่ ก็เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวซ้ายและหักเปลี่ยนเลนออกอย่างกระทันหัน
.......โดยไม่แม้แต่ละสนใจมองว่า มอเตอร์ไซด์คันหนึ่งวิ่งอยู่ด้านข้างของมัน
ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างอย่างตกใจ ขณะคนขับหักแฮนด์รถหลบอย่างรวดเร็ว ซีกซ้ายของรถเท็กซี่เกือบจะแนบกับตัวมอเตอร์ไซด์ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอร้อน ปลายหัวรองเท้าแตะสกอร์สีฟ้าสะกิดโดนข้างตัวรถ แต่ก่อนที่แรงเสียดสีจะทำให้มันบิดข้อเท้าของผู้สวมมันเสีย เจ้าของของมันก็ชักเท้าขวายกลอยขึ้นแนบกับตัวรถมอเตอร์ไซด์ จนเหลือเพียงปลายขากางเกงของเจ้าตัวที่ลู่ไปกับข้างรถเท่านั้น
มอเตอร์ไซด์คันนั้นวิ่งแฉลบผ่านสันข้างรถเท็กซี่สีชมพูไปอย่างหวุดหวิด
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่วินาที แต่สำหรับทั้งสองคนที่อยู่บนมอเตอร์ไซด์คันนั้นแล้ว มันราวกับเป็นภาพสโลว์โมชั่น และยากที่จะลืมเลือน
หัวใจเต้นแรง ระรัวอยู่ในอก แม้เท็กซี่สีชมพูคันนั้นจะวิ่งผ่านทั้งสองไปอย่างไม่แยแสก็ตามที เสียงสบถด่าของคนขับมอเตอร์ไซด์ดังแว่วให้ได้ยิน หากเสียงหัวใจเต้นกลับดังยิ่งกว่า ดวงตาสีเข้มเหลือบมองปลายรองเท้าของตนที่เคยเป้นสีฟ้า หากบัดนี้กลายเป็นสีดำเข้มหลังจากสีกับข้างรถ ในใจนึกสงสัยหากเมื่อครู่หลบไม่พ้นอะไรจะเกิดขึ้น พื้นถนนราดยางจะร้อนและแข็งซักแค่ไหน หรืออย่างแย่ก็คงไม่สัมผัสกับยางล้อรถซักคันที่วิ่งตามมา
และคนที่รออยู่ที่บ้านจะทำอย่างไรกัน?
หากในใจก็นึกยินดี ที่คนขับเก่งพอที่จะหลบได้ทัน และเช่นเดียวกัน ยินดีแม้หัวใจจะยังคงเต้นระรัวอยู่ไม่หาย แม้จะยังตกใจ หรือเสียงบ่นด่าของคนขับมอเตอร์ไซด์จะดังอยุ่ตลอดทางก็ตาม
.
.
เพราะทั้งหมดนั่น มันหมายถึง
ชีวิต
ที่ยังคงอยู่
.
.
ขอบคุณที่หัวใจยังเต้นอยู่ในอก
ไม่กระเด็นหลุดออกจากปากไปตั้งแต่ตอนแหกปากกรี๊ดที่ดรีมเวิร์ด
ขอบคุณอย่างแรงสำหรับเท็กซี่สีชมพูคันนั้น
ที่ทำให้ผมเจอประสบการณ์ระทึกเฉียดตาย (รอบเท่าที่ไหร่ไม่รู้) อีกครั้ง
และทำให้ผมรู้ว่า
กูยังไม่ตาย (ฮา)
.
.
ขอบคุณคนอ่านด้วยครับ
เพราะว่าผมยังไม่ตาย (ฮา)