เกมผีหลอกวิญญาณหลอน เรื่องที่ 5 สถานที่เกิดเหตุห้ามเข้า (1869)
posted on 19 Apr 2009 21:06 by kumokuma in HappyFic
เฮลโล่จ๊ะจ๋า ~~!! เค้ากลับมาพบทุกคนอีกแล้วนะจ๊ะ ( แม้จะน๊านนาน~ ~ ไปหน่อย ) ในฐานะน้องหนูแมสเซนเจอร์ >[]<
จำได้ว่าโปรเจคนี้ต้อนรับปีใหม่ แต่ตอนนี้คงต้องเปลี่ยนสั่งลาปีใหม่ไทยแล้วล่ะจ้ะ = =
แต่เราอภัยให้กันอยู่แล้วเนอะ เห็นแก่ความน่ารักของหนูหน่อยนะจ๊ะ เคร้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ^v^b
( อ๊าง~ ~ ~ ~ ทำไมเสียงตบตีรุนแรงจังล่ะจ๊ะ)
เอาน่าๆ มาว่ากันที่เรื่องห้า กันนี่กว่านะจ๊ะ ยาหยีทั้งหลาย หายไปนาน เพื่ออัพเกรดความเมพ เป็น “มหาเมพ” หรอกเน่ ^3^
เรื่องที่ห้านี้มาพร้อมกับ คู่สุดฮิตของบอร์ด!!!! >///<
สองผู้ยิ่งใหญ่โคจรมาพบกัน >[]<;;
มหกรรมสืบสวนสอบสวนข้ามโลก T[]T/
ตัวละครรับเชิญกิตติมศักดิ์น้อยนิดมหาศาล~~!!!?
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก
หลากหลาย=v=
ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน=A=
โฮกกกกกกกกกกกกกจ้า แจ่มกว่านี้มีอีกม๊ายยยยยยยยยยย>///
มามะ หมู่เฮา ฟิคหลอนสติแตกเรื่อง 5 มีชื่อว่า !!!!!!!!
จำได้ว่าโปรเจคนี้ต้อนรับปีใหม่ แต่ตอนนี้คงต้องเปลี่ยนสั่งลาปีใหม่ไทยแล้วล่ะจ้ะ = =
แต่เราอภัยให้กันอยู่แล้วเนอะ เห็นแก่ความน่ารักของหนูหน่อยนะจ๊ะ เคร้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ^v^b
( อ๊าง~ ~ ~ ~ ทำไมเสียงตบตีรุนแรงจังล่ะจ๊ะ)
เอาน่าๆ มาว่ากันที่เรื่องห้า กันนี่กว่านะจ๊ะ ยาหยีทั้งหลาย หายไปนาน เพื่ออัพเกรดความเมพ เป็น “มหาเมพ” หรอกเน่ ^3^
เรื่องที่ห้านี้มาพร้อมกับ คู่สุดฮิตของบอร์ด!!!! >///<
สองผู้ยิ่งใหญ่โคจรมาพบกัน >[]<;;
มหกรรมสืบสวนสอบสวนข้ามโลก T[]T/
ตัวละครรับเชิญกิตติมศักดิ์น้อยนิดมหาศาล~~!!!?
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก
หลากหลาย=v=
ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน=A=
โฮกกกกกกกกกกกกกจ้า แจ่มกว่านี้มีอีกม๊ายยยยยยยยยยย>///
มามะ หมู่เฮา ฟิคหลอนสติแตกเรื่อง 5 มีชื่อว่า !!!!!!!!
เชิญพบกับ “ ฟิคชุด ผีหลอกวิญญาณหลอน” เรื่องที่ห้า
6
5
4
3
2
1
0!!!!!!!!
“The Sin Sister (s) ”
ภูมิใจเสนอ
‘สถานที่เกิดเหตุ - บุคคลภายนอกห้ามเข้า
Pairing
V
v
1869
V
v
Rate
V
v
รวมร่าง????!!!!
Author ??????????
6
5
4
3
2
1
0!!!!!!!!
“The Sin Sister (s) ”
ภูมิใจเสนอ
‘สถานที่เกิดเหตุ - บุคคลภายนอกห้ามเข้า
Pairing
V
v
1869
V
v
Rate
V
v
รวมร่าง????!!!!
Author ??????????
.
.
.
.
.
‘สถานที่เกิดเหตุ - บุคคลภายนอกห้ามเข้า’
หากก่อนที่ฟิคเรื่องนี้กลายร่างจากการ์ตูนนักสืบเป็นการ์ตูนกล้ามเนื้อและหยาดเหงื่อแบบเคนชิโกะจัง ก็มีเสียงเล็กๆดังขึ้นจากหน้าห้องเสียก่อน
“คุณมุคุโร่.......”
เด็กสาวผมเจ้าของเรือนผมสีไพลินและทรงผมถอดแบบมาจากเจ้านายของตนเป๊ะก้าวเข้ามาในห้องอย่างสงสัย ดวงตาข้างนึงถูกคาดปิดด้วยผืนผ้าสีดำสนิท ใบหน้าน่ารักแลมองมาอย่างงุนงง เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังง้างเก้าอี้เหล็กเตรียมฟาดโทรทัศน์ด้วยความรักใคร่
“คึหึหึ ผมก็แค่บริหารร่างกายตามโทรทัศน์น่ะครับ โคลมมีอะไรรึเปล่า”
ร่างบางโยนเก้าอี้เหล็กทิ้งออกนอกหน้าต่างทำลายหลักฐาน พลางขยับตัวแบบแอ๊บโดมิไนเซอร์ และรีบเปลี่ยนเรื่องด้วยการชี้ไปที่แฟ้มเอกสารในมือของอีกฝ่าย ดวงตาสองสีตวัดมองโทรทัศน์สุดโทรมอีกครั้งราวกับอาฆาตก่อนจะถอยกลับไปนั่งลงบนโซฟาดังเดิม และตบบนพื้นที่ว่างข้างกาย เป็นสัญญาณให้เด็กสาวลงมานั่ง
โคลมหยุดนิ่งชั่วครู่ราวกับกำลังตัดสินใจ คิ้วบางมุ่นเข้าหากันเล็กน้อย การกระทำทั้งหมดอยู่ในสายตาของร่างบางผู้เป็นเจ้าของสถานที่ ทำให้มุคุโร่เริ่มรู้สึกตัว
.......ก็ครั้งล่าสุดที่เคนโดดมานั่งบนโซฟานี่กับเขา สปริงมันเด้งทะลุออกมาเลยนี่นะ.........
“....เป็นเรื่องรายจ่ายในเดือนนี้ของสำนักงานเราค่ะ คุณมุคุโร่”
คำพูดที่เป็นเสมือนประกาศิต มุคุโร่รู้สึกราวกับกำลังรบกับผู้ต้องสงสัยที่ฝีมือฉกาจที่สุดในญี่ปุ่น หยาดเหงื่อซึมไหลลงตามไรผม ดวงตาต่างสีจับจ้องไปเบื้องหน้า แฟ้มค่อยๆถูกเปิดออกเป็นภาพสโลว์โมชั่น หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่โคลมค่อยๆพลิกด้านให้มุคุโร่สามารถเห็นเนื้อหาภายในได้ชัดเจน มุคุโร่รู้สึกราวสายฟ้าพาดลงกลางโลกสีหมอกน้อยๆของตนเอง
อา..........นี่คงเป็นทริคปองร้ายใหม่ล่าสุดจากองค์กรชายชุดดำสินะ
เมื่อตัวอักษรสีแดงหราเรียงเป็นพรืดปรากฏชัดแก่สายตา นิ้วเรียวชี้ไล่ทีละบรรทัด พร้อมน้ำเสียงหวานใส ค่อยๆร่ายยาวรายการค่าใช้จ่ายติดลบ ราวกับเสียงสวดบังสุกุลของพระภิกษุชั้นสูง มุคุโร่รู้สึกร่างกายเบาหวิวราววิญญาณจะหลุดออกจากร่างล่องลอยไปตามเสียงเรียกจากอีกฟากของแม่น้ำพร้อมมือเหี่ยวๆของคุณยาย ที่กวักเรียกหยอยๆอยู่
มือเรียวเอื้อมช้าๆอย่างสั่นเทาไปแตะลงบนผืนกระดาษเบื้องหน้า สัมผัสไปมาตัวเลขแดงเถือกทีละตัว ไล่ไปทีละพิกเซล... ดวงตาต่างสีไหวระริก ริมฝีปากบางเม้มแน่น คิ้วเรียวยาวขมวดมุ่น
ทำไม!!
ทั้งที่ค่าตัวโคลมก็ฟรี ไฟก็ขโมยต่อเอาจากร้านค้าใกล้ๆ สำนักงานก็ย้ายมาอยู่ใต้สะพานจะได้ไม่ต้องมีค่าเช่าสถานที่แล้ว
แต่ทำไมค่าใช้จ่ายถึงยังติดลบได้ล่ะ(วะ)ครับ!!
มุคคุงไม่เข้าใจ!!
T.K.O. หมัดเดียวน็อคคาที่ ชนิดไม่ต้องสืบจากศพซ้ำ
WTF!!! อะไรวะไอ้ฟ๊ากกก~!!!
เด็กสาวจบคำพูดของตนลงด้วยรอยยิ้ม ดวงตาสีน้ำเงินสดเหลือบมองอาการของเจ้านายตนเองที่ยังคงนิ่งค้างอยู่ท่าเดิมราวกับไม่ยอมรับความจริง คุณมุคุโร่จะรู้ตัวมั้ยคะ ว่าท่าทางตอนเจอรายจ่ายตัวแดงของคุณมุคุโร่น่ะ
เพราะแบบนี้แหล่ะ โคลมถึงยอมทำงานค่าตัวฟรีให้แบบนี้ไงล่ะคะ!! เพื่อจะได้เห็นสภาพคุณมุคุโร่เจอค่าใช้จ่ายตัวแดงแบบนี้ไปเรื่อยๆทุกเดือน
แต่โคลมก็ไม่เข้าใจว่าคุณมุคุโร่จะตกใจกับรายจ่ายตัวแดงทำไม
เมื่อสำนักงานมันไม่มีรายรับ รายจ่ายมันก็ต้องแดงทุกเดือนแบบนี้แหล่ะค่ะ (หัวเราะ)
แถบป้ายสีเหลืองสว่างพาดตัวอักษรโตสีดำสนิทคาดปิดรอบประตูห้องโถงกลางคฤหาสน์ทรงยุโรปหลังงามที่ถูกฝูงตำรวจเข้ายึดครอง เบื้องหลังของมันขณะนี้เต็มไปด้วยฝ่ายเก็บพิสูจน์หลักฐานที่กำลังทำหน้าที่ของตนอย่างขมักเขม้น และที่โดดเด่นอยู่ใจกลางกลุ่มตำรวจในชุดเครื่องแบบสีดำสนิทนั้น คือร่างโปร่งบางของเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีไพลินงามในเสื้อเชิร์ตสีขาวสะอาด
มือเรียวเล็กสวมถุงมือยางสีขาวแตะสัมผัสลงบนคราบสีแดงคล้ำแห้งเกรอะกรังบนผืนหนังสีเทาหม่นที่คงเป็นสิ่งอื่นไม่ได้นอกจากของเหลวที่เคยไหลเวียนในร่างกายมนุษย์ ดวงตาคู่ต่างสีมองสำรวจร่องรอยคราบเลือดอย่างถี่ถ้วน คิ้วเรียวขมวดอย่างใช้ความคิด ก่อนจะควักสมุดเล่มเล็กออกมาบันทึกบางสิ่งลงภายใน
เขานึกติดใจสงสัยกับสภาพของห้องแบบตะวันออกที่ดูแปลกตา มือบางหยิบพลิกดูอุปกรณ์ตกแต่งทำจากไม้ไผ่สานกันเป็นเหมือนภาชนะบางอย่าง ก่อนจะเปลี่ยนไปให้ความสนใจกับหัวสัตว์ตกแต่งซึ่งคาดว่าจะเป็นอาวุธในคดีนี้ แต่ดูยังไงๆก็นึกไม่ออกว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่ ทั้งเขาสีดำสนิทยาวโค้ง และห่วงเหล็กแปลกๆที่ปลายจมูก มีเพียงสิ่งเดียวที่สรุปได้คือ สัตว์มีเขาตัวนั้นกับพรมหนังสัตว์สีเทาหม่นนี้ จะต้องเป็นสัตว์ประเภทเดียวกันแน่นอน
แต่ว่า.....
“......รสนิยมใช้ไม่ได้เลยนะครับ”
เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากบางขณะดวงตายังคงมองสำรวจไปรอบห้องสลับกับก้มอ่านข้อมูลในแฟ้มเอกสาร เมื่ออ่านจนจบและจดเก็บไว้เรียบร้อย ก็นำมันไปส่งคืนให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บหลักฐานที่ตามหาแฟ้มของตนให้วุ่นด้วยรอยยิ้มงดงามราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เป็นยังไงบ้างครับ มุคุโร่คุง”
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทักเรียกให้เด็กหนุ่มหันตัวกลับไป ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าคือรอยยิ้มกว้างจนตาแทบปิดของตำรวจหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีงาช้าง และถุงมาชเมลโล่วที่ยื่นส่งมาให้เบื้องหน้าด้วยพร้อมสายตาเชื้อเชิญ....
ทุกอย่างอาจจะดูเพอร์เฟค หากไม่นับน้ำลายไหลย้อยและแววตาที่ส่องประกายหื่นทะลุจุดเดือดจากใต้เปลือกตาบางและแพขนตายาวนั่น........
มุคุโร่แทบอยากจะกระโดดถีบยอดหน้าอีกฝ่าย หากก็ทำได้เพียงผลักมือนั่นออกไปเบาๆด้วยรอยยิ้มที่แปลได้ว่า ...ถ้าเป็นสัปปะรดกวนล่ะไม่แน่.....
“คึหึหึ คนอย่างคุณมีธุระอะไรกับประชาชนอย่างผมหรอครับ คุณเบียคุรัน”
คำตอบของเด็กหนุ่ม เรียกให้รอยยิ้มอีกฝ่ายฉีกกว้างขึ้นกว่าเดิม แขนเกร่งตวัดรอบบ่าเล็ก ออกแรงดันเบาๆให้ก้าวเดิน และนั่นทำเอาคนตัวเล็กหน้าบึ้งขึ้นมาทันควัน ก่อนจะตวัดค้อนวงโตให้ จนคนมองกลัวว่าคอเรียวๆนั่นจะหักตามแรงบิด
“โกรธผมได้ยังไงล่ะครับ ก็ประชาชน เข้ามายุ่มย่ามในที่เกิดเหตุได้ซะที่ไหน....แต่ถ้าเป็น ‘ภรรยาตำรวจ’ ก็จะถือเป็นผู้เกี่ยวข้องให้นะครับ”
เบียคุรันส่งยิ้มเยี่ยงโฮสต์ให้กับเด็กหนุ่ม พร้อมลวนลามทางสายตาให้เป็นของแถม ยิ่งเมื่อได้เห็นใบหน้าหวานๆนั่นบูดบึ้ง ตำรวจหนุ่มสุดหื่นผู้นี้ก็ยิ่งสนุก หลังจากทั้งผลักทั้งดันด้วยมือปลาหมึกอย่างสุภาพจนคนตัวบางหลุดออกมานอกเขตหวงห้าม ชายหนุ่มจึงก้มลงมาหาคนตัวเล็กกว่าที่ยืนกอดอกนิ่งใบหน้าแดงก่ำอย่างหงุดหงิด
“วิเคราะห์ข้อมูลแล้วได้ผลยังไง อย่าลืมโทรบอกผมด้วยนะครับ ...เบอร์เดิม”
ดวงตาสองสีตวัดกลับมามองตำรวจที่กำลังฉวยโอกาสกับประชาชน เด็กหนุ่มสะบัดมือตุ๊กแกผีที่ติดอยู่บนไหล่ตนออกอย่างเซ็งๆ แล้วก้าวถอยหลังหลบรังสีหื่นสะบัดและอ้อมแขนที่ตวัดเตรียมคว้าตัวเขาเข้าไปกอดอีกครั้งทันอย่างหวุดหวิด
“ผมไม่ปล่อยคดีใหญ่แบบนี้ไปแน่ คุณตำรวจ”
อัญมณีสีไพลินและทับทิมน้ำงามหรี่ลงเล็กน้อย ริมฝีปากเผยรอยยิ้มยั่วเย้าเป็นกระจับนักมวยอย่างจงใจ…
“...ขอเอาชื่อคุณปู่เป็นเดิมพัน คึหึหึ....”
เบียคุรันแย้มยิ้มน้อยๆขณะมองตามแผ่นหลังบางที่เดินจากไปจนลับสายตา ก่อนจะหยิบขนมมาชเมลโล่วโยนใส่ปาก พลางเอ่ยยิ้มๆ กับลูกน้องของตน
“จริงๆน้า~ ถ้ายอมมาเป็นเมียตำรวจซะหน่อย ก็สบายแล้วแท้ๆน้า~ ผมว่า ครั้งนี้คุณปู่ของมุคุโร่คุง คงเสียชื่อติดต่อกันอีกแล้วล่ะ~ โชจัง”
“เลิกหาเมียแล้วมาทำงานซะทีเถอะครับจ่า....”
“....ขอเอาชื่อคุณปู่เป็นเดิมพัน!”
เด็กหนุ่มประกาศก้องดวงตามุ่งมั่นจับจ้องไปเบื้องหน้าอย่างไปกลัวเกรง โดยมีเพื่อนสาวของตนยืนให้กำลังใจอยู่ข้างๆไม่ห่างนัก
“คนร้ายอยู่ในหมู่พวกคุณทั้งหกนี่แหล่ะ!”
กลุ่มคนเบื้องหน้าสะดุ้งด้วยความตกใจ หวาดผากับสายตาของเด็กหนุ่ม เกรงกลัว หวาดหวั่น ว่าการกระทำของตนจะถูกเปิดโปง กลัวว่าปริศนาทั้งหมด จะถูกไขจนกระจ่าง
“และคนร้ายก็คือ....”
หากก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้เอ่ยชื่อคนร้าย ภาพทั้งหมดก็พลันดับวูบลงอย่างกระทันหัน เหลือให้เห็นเพียงความมืดมิดจากตู้สี่เหลี่ยมไร้ชีวิตเท่านั้น.....
“เฮ้ย!!!”
เด็กหนุ่มเจ้าของนัยย์ตาต่างสีร้องโวยลั่น เด้งตัวลุกจากโซฟาพุ่งเข้าหาเครื่องใช้ไฟฟ้าหนึ่งเดียวในสำนักงานนักสืบของตน และกระทำการปลุกชีพด้วยวิธีการแบบอนาล็อค ด้วยการเขย่าหน้าจอไปมาและระดมกำปั้นเล็กๆของตนทุบลงไปบนเครื่องอย่างแรงเลียนแบบการ์ตูนสาวน้อยเรื่องโปรด
“อะต๊าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
มือเรียวเล็กสวมถุงมือยางสีขาวแตะสัมผัสลงบนคราบสีแดงคล้ำแห้งเกรอะกรังบนผืนหนังสีเทาหม่นที่คงเป็นสิ่งอื่นไม่ได้นอกจากของเหลวที่เคยไหลเวียนในร่างกายมนุษย์ ดวงตาคู่ต่างสีมองสำรวจร่องรอยคราบเลือดอย่างถี่ถ้วน คิ้วเรียวขมวดอย่างใช้ความคิด ก่อนจะควักสมุดเล่มเล็กออกมาบันทึกบางสิ่งลงภายใน
เขานึกติดใจสงสัยกับสภาพของห้องแบบตะวันออกที่ดูแปลกตา มือบางหยิบพลิกดูอุปกรณ์ตกแต่งทำจากไม้ไผ่สานกันเป็นเหมือนภาชนะบางอย่าง ก่อนจะเปลี่ยนไปให้ความสนใจกับหัวสัตว์ตกแต่งซึ่งคาดว่าจะเป็นอาวุธในคดีนี้ แต่ดูยังไงๆก็นึกไม่ออกว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่ ทั้งเขาสีดำสนิทยาวโค้ง และห่วงเหล็กแปลกๆที่ปลายจมูก มีเพียงสิ่งเดียวที่สรุปได้คือ สัตว์มีเขาตัวนั้นกับพรมหนังสัตว์สีเทาหม่นนี้ จะต้องเป็นสัตว์ประเภทเดียวกันแน่นอน
แต่ว่า.....
“......รสนิยมใช้ไม่ได้เลยนะครับ”
เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากบางขณะดวงตายังคงมองสำรวจไปรอบห้องสลับกับก้มอ่านข้อมูลในแฟ้มเอกสาร เมื่ออ่านจนจบและจดเก็บไว้เรียบร้อย ก็นำมันไปส่งคืนให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บหลักฐานที่ตามหาแฟ้มของตนให้วุ่นด้วยรอยยิ้มงดงามราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เป็นยังไงบ้างครับ มุคุโร่คุง”
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทักเรียกให้เด็กหนุ่มหันตัวกลับไป ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าคือรอยยิ้มกว้างจนตาแทบปิดของตำรวจหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีงาช้าง และถุงมาชเมลโล่วที่ยื่นส่งมาให้เบื้องหน้าด้วยพร้อมสายตาเชื้อเชิญ....
ทุกอย่างอาจจะดูเพอร์เฟค หากไม่นับน้ำลายไหลย้อยและแววตาที่ส่องประกายหื่นทะลุจุดเดือดจากใต้เปลือกตาบางและแพขนตายาวนั่น........
มุคุโร่แทบอยากจะกระโดดถีบยอดหน้าอีกฝ่าย หากก็ทำได้เพียงผลักมือนั่นออกไปเบาๆด้วยรอยยิ้มที่แปลได้ว่า ...ถ้าเป็นสัปปะรดกวนล่ะไม่แน่.....
“คึหึหึ คนอย่างคุณมีธุระอะไรกับประชาชนอย่างผมหรอครับ คุณเบียคุรัน”
คำตอบของเด็กหนุ่ม เรียกให้รอยยิ้มอีกฝ่ายฉีกกว้างขึ้นกว่าเดิม แขนเกร่งตวัดรอบบ่าเล็ก ออกแรงดันเบาๆให้ก้าวเดิน และนั่นทำเอาคนตัวเล็กหน้าบึ้งขึ้นมาทันควัน ก่อนจะตวัดค้อนวงโตให้ จนคนมองกลัวว่าคอเรียวๆนั่นจะหักตามแรงบิด
“โกรธผมได้ยังไงล่ะครับ ก็ประชาชน เข้ามายุ่มย่ามในที่เกิดเหตุได้ซะที่ไหน....แต่ถ้าเป็น ‘ภรรยาตำรวจ’ ก็จะถือเป็นผู้เกี่ยวข้องให้นะครับ”
เบียคุรันส่งยิ้มเยี่ยงโฮสต์ให้กับเด็กหนุ่ม พร้อมลวนลามทางสายตาให้เป็นของแถม ยิ่งเมื่อได้เห็นใบหน้าหวานๆนั่นบูดบึ้ง ตำรวจหนุ่มสุดหื่นผู้นี้ก็ยิ่งสนุก หลังจากทั้งผลักทั้งดันด้วยมือปลาหมึกอย่างสุภาพจนคนตัวบางหลุดออกมานอกเขตหวงห้าม ชายหนุ่มจึงก้มลงมาหาคนตัวเล็กกว่าที่ยืนกอดอกนิ่งใบหน้าแดงก่ำอย่างหงุดหงิด
“วิเคราะห์ข้อมูลแล้วได้ผลยังไง อย่าลืมโทรบอกผมด้วยนะครับ ...เบอร์เดิม”
ดวงตาสองสีตวัดกลับมามองตำรวจที่กำลังฉวยโอกาสกับประชาชน เด็กหนุ่มสะบัดมือตุ๊กแกผีที่ติดอยู่บนไหล่ตนออกอย่างเซ็งๆ แล้วก้าวถอยหลังหลบรังสีหื่นสะบัดและอ้อมแขนที่ตวัดเตรียมคว้าตัวเขาเข้าไปกอดอีกครั้งทันอย่างหวุดหวิด
“ผมไม่ปล่อยคดีใหญ่แบบนี้ไปแน่ คุณตำรวจ”
อัญมณีสีไพลินและทับทิมน้ำงามหรี่ลงเล็กน้อย ริมฝีปากเผยรอยยิ้มยั่วเย้าเป็นกระจับนักมวยอย่างจงใจ…
“...ขอเอาชื่อคุณปู่เป็นเดิมพัน คึหึหึ....”
เบียคุรันแย้มยิ้มน้อยๆขณะมองตามแผ่นหลังบางที่เดินจากไปจนลับสายตา ก่อนจะหยิบขนมมาชเมลโล่วโยนใส่ปาก พลางเอ่ยยิ้มๆ กับลูกน้องของตน
“จริงๆน้า~ ถ้ายอมมาเป็นเมียตำรวจซะหน่อย ก็สบายแล้วแท้ๆน้า~ ผมว่า ครั้งนี้คุณปู่ของมุคุโร่คุง คงเสียชื่อติดต่อกันอีกแล้วล่ะ~ โชจัง”
“เลิกหาเมียแล้วมาทำงานซะทีเถอะครับจ่า....”
“....ขอเอาชื่อคุณปู่เป็นเดิมพัน!”
เด็กหนุ่มประกาศก้องดวงตามุ่งมั่นจับจ้องไปเบื้องหน้าอย่างไปกลัวเกรง โดยมีเพื่อนสาวของตนยืนให้กำลังใจอยู่ข้างๆไม่ห่างนัก
“คนร้ายอยู่ในหมู่พวกคุณทั้งหกนี่แหล่ะ!”
กลุ่มคนเบื้องหน้าสะดุ้งด้วยความตกใจ หวาดผากับสายตาของเด็กหนุ่ม เกรงกลัว หวาดหวั่น ว่าการกระทำของตนจะถูกเปิดโปง กลัวว่าปริศนาทั้งหมด จะถูกไขจนกระจ่าง
“และคนร้ายก็คือ....”
หากก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้เอ่ยชื่อคนร้าย ภาพทั้งหมดก็พลันดับวูบลงอย่างกระทันหัน เหลือให้เห็นเพียงความมืดมิดจากตู้สี่เหลี่ยมไร้ชีวิตเท่านั้น.....
“เฮ้ย!!!”
เด็กหนุ่มเจ้าของนัยย์ตาต่างสีร้องโวยลั่น เด้งตัวลุกจากโซฟาพุ่งเข้าหาเครื่องใช้ไฟฟ้าหนึ่งเดียวในสำนักงานนักสืบของตน และกระทำการปลุกชีพด้วยวิธีการแบบอนาล็อค ด้วยการเขย่าหน้าจอไปมาและระดมกำปั้นเล็กๆของตนทุบลงไปบนเครื่องอย่างแรงเลียนแบบการ์ตูนสาวน้อยเรื่องโปรด
“อะต๊าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
....เรื่อง......เคนชิโกะจังกับหมัดดาวลูกไก่ทั้งเจ็ด.......
หากก่อนที่ฟิคเรื่องนี้กลายร่างจากการ์ตูนนักสืบเป็นการ์ตูนกล้ามเนื้อและหยาดเหงื่อแบบเคนชิโกะจัง ก็มีเสียงเล็กๆดังขึ้นจากหน้าห้องเสียก่อน
“คุณมุคุโร่.......”
เด็กสาวผมเจ้าของเรือนผมสีไพลินและทรงผมถอดแบบมาจากเจ้านายของตนเป๊ะก้าวเข้ามาในห้องอย่างสงสัย ดวงตาข้างนึงถูกคาดปิดด้วยผืนผ้าสีดำสนิท ใบหน้าน่ารักแลมองมาอย่างงุนงง เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังง้างเก้าอี้เหล็กเตรียมฟาดโทรทัศน์ด้วยความรักใคร่
“คึหึหึ ผมก็แค่บริหารร่างกายตามโทรทัศน์น่ะครับ โคลมมีอะไรรึเปล่า”
ร่างบางโยนเก้าอี้เหล็กทิ้งออกนอกหน้าต่างทำลายหลักฐาน พลางขยับตัวแบบแอ๊บโดมิไนเซอร์ และรีบเปลี่ยนเรื่องด้วยการชี้ไปที่แฟ้มเอกสารในมือของอีกฝ่าย ดวงตาสองสีตวัดมองโทรทัศน์สุดโทรมอีกครั้งราวกับอาฆาตก่อนจะถอยกลับไปนั่งลงบนโซฟาดังเดิม และตบบนพื้นที่ว่างข้างกาย เป็นสัญญาณให้เด็กสาวลงมานั่ง
โคลมหยุดนิ่งชั่วครู่ราวกับกำลังตัดสินใจ คิ้วบางมุ่นเข้าหากันเล็กน้อย การกระทำทั้งหมดอยู่ในสายตาของร่างบางผู้เป็นเจ้าของสถานที่ ทำให้มุคุโร่เริ่มรู้สึกตัว
.......ก็ครั้งล่าสุดที่เคนโดดมานั่งบนโซฟานี่กับเขา สปริงมันเด้งทะลุออกมาเลยนี่นะ.........
“....เป็นเรื่องรายจ่ายในเดือนนี้ของสำนักงานเราค่ะ คุณมุคุโร่”
คำพูดที่เป็นเสมือนประกาศิต มุคุโร่รู้สึกราวกับกำลังรบกับผู้ต้องสงสัยที่ฝีมือฉกาจที่สุดในญี่ปุ่น หยาดเหงื่อซึมไหลลงตามไรผม ดวงตาต่างสีจับจ้องไปเบื้องหน้า แฟ้มค่อยๆถูกเปิดออกเป็นภาพสโลว์โมชั่น หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่โคลมค่อยๆพลิกด้านให้มุคุโร่สามารถเห็นเนื้อหาภายในได้ชัดเจน มุคุโร่รู้สึกราวสายฟ้าพาดลงกลางโลกสีหมอกน้อยๆของตนเอง
อา..........นี่คงเป็นทริคปองร้ายใหม่ล่าสุดจากองค์กรชายชุดดำสินะ
เมื่อตัวอักษรสีแดงหราเรียงเป็นพรืดปรากฏชัดแก่สายตา นิ้วเรียวชี้ไล่ทีละบรรทัด พร้อมน้ำเสียงหวานใส ค่อยๆร่ายยาวรายการค่าใช้จ่ายติดลบ ราวกับเสียงสวดบังสุกุลของพระภิกษุชั้นสูง มุคุโร่รู้สึกร่างกายเบาหวิวราววิญญาณจะหลุดออกจากร่างล่องลอยไปตามเสียงเรียกจากอีกฟากของแม่น้ำพร้อมมือเหี่ยวๆของคุณยาย ที่กวักเรียกหยอยๆอยู่
มือเรียวเอื้อมช้าๆอย่างสั่นเทาไปแตะลงบนผืนกระดาษเบื้องหน้า สัมผัสไปมาตัวเลขแดงเถือกทีละตัว ไล่ไปทีละพิกเซล... ดวงตาต่างสีไหวระริก ริมฝีปากบางเม้มแน่น คิ้วเรียวยาวขมวดมุ่น
ทำไม!!
ทั้งที่ค่าตัวโคลมก็ฟรี ไฟก็ขโมยต่อเอาจากร้านค้าใกล้ๆ สำนักงานก็ย้ายมาอยู่ใต้สะพานจะได้ไม่ต้องมีค่าเช่าสถานที่แล้ว
แต่ทำไมค่าใช้จ่ายถึงยังติดลบได้ล่ะ(วะ)ครับ!!
มุคคุงไม่เข้าใจ!!
“....และสุดท้ายคือค่าคอนเทคแลนส์รายเดือนและน้ำยาล้างคอนแทคของคุณมุคุโร่ในเดือนนี้ค่ะ.....”
T.K.O. หมัดเดียวน็อคคาที่ ชนิดไม่ต้องสืบจากศพซ้ำ
WTF!!! อะไรวะไอ้ฟ๊ากกก~!!!
......ผมก็แค่อยากตาแดงแบบปลอดโรคเท่านั้นเอง.........
.....OTL=3....
.....OTL=3....
เด็กสาวจบคำพูดของตนลงด้วยรอยยิ้ม ดวงตาสีน้ำเงินสดเหลือบมองอาการของเจ้านายตนเองที่ยังคงนิ่งค้างอยู่ท่าเดิมราวกับไม่ยอมรับความจริง คุณมุคุโร่จะรู้ตัวมั้ยคะ ว่าท่าทางตอนเจอรายจ่ายตัวแดงของคุณมุคุโร่น่ะ
น่ารัก
ชิบหาย
ชิบหาย
เพราะแบบนี้แหล่ะ โคลมถึงยอมทำงานค่าตัวฟรีให้แบบนี้ไงล่ะคะ!! เพื่อจะได้เห็นสภาพคุณมุคุโร่เจอค่าใช้จ่ายตัวแดงแบบนี้ไปเรื่อยๆทุกเดือน
แต่โคลมก็ไม่เข้าใจว่าคุณมุคุโร่จะตกใจกับรายจ่ายตัวแดงทำไม
เมื่อสำนักงานมันไม่มีรายรับ รายจ่ายมันก็ต้องแดงทุกเดือนแบบนี้แหล่ะค่ะ (หัวเราะ)
นี่สินะคะที่เค้าเรียกกันว่า
“ความสุขสีม่วงๆ ของกะทิ”
^0^~
ริมฝีปากสีชมพูอมยิ้มน้อยๆจนแก้มตุ่ยอย่างน่ารักกับท่าทางราวขี้ยาลงแดงของเจ้านายตน ก่อนจะเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าวิญญาณของชายหนุ่มตรงหน้าใกล้จะล่องลอยออกไปยังอีกฝากของแม่น้ำ...
“เมื่อเช้ามีคดีเกิดขึ้นหรือคะ”
เสียงหวานๆ ดึงไยสัปปะรดกลับเข้าร่างชายหนุ่มอีกครั้ง มุคุโร่หันมาส่งยิ้มกลับแบบหลั่นล้าราวได้ปุ๋ย
...แน่ล่ะ ความทุกข์ของคนอื่น คือเงินตราของครอบครัวเรา.....
“ปราสาทตรงซอย 4 นั่นแหล่ะครับ เห็นว่าเป็นคดีฆาตรกรรมเจ้าของปราสาท...” พูดพลางมือเรียวก็หยิบเอาสมุดจดเล่มน้อยออกมาจากซอกหลืบของร่างกาย
“พยานที่เป็นคนรับใช้ของปราสาท เล่าให้ฟังว่า ปรกติแล้วเจ้าของปราสาทเป็นพวกชอบใช้ความรุนแรงกับลูกน้องประจำอยู่แล้วครับ ถือว่าไม่แปลกอะไรที่จะโดนล้างแค้น”
ริมฝีปากบางขบปลายดินสอเบาๆ ราวกำลังใช้ความคิด โดยไม่รู้เลยว่าท่วงท่าของตนอยู่ภายใต้การสังเกตของลูกน้องคนสนิทที่แทบจะควักผ้าเช็ดหน้าลูกไม้ลายกุโละระบำหน้าท้องออกมากัดซะให้วิ่น เด็กสาวค่อยๆมุดถอยหลังออกจากห้องไป เมื่อเห็นว่ามุคุโร่เริ่มจมเข้าสู่ภวังค์สมาธิของตน
...ที่จริงโคลมก็มีอะไรอยากจะบอกคุณมุคุโร่อยู่นะคะ...
...แต่ว่าไม่บอก ท่าจะสนุกกว่า...
...คุฟุฟุฟุ...
.
.
.
.
.
.
สัมผัสแปลกปลอมแตะลงบนริมฝีปากบางแผ่วเบา ก่อนบดเบียดแนบสนิท ฝ่ามือประคองใต้ท้ายทอยให้แหงนรับสัมผัสมากขึ้น เนิ่นนานจนลมหายใจติดขัด.....
.......ดวงตาสีไม่สามัคคีลืมโพลงขึ้นอย่างตกใจ
ก่อนจะพบว่าตัวเองถูกล็อคอยู่ในอ้อมแขนของซัมวัน or ซัมติงที่ไม่สามารถระบุเผ่าพันธุ์ได้
=[]=!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! @#$#%%\(^0^)/%@!!$@#$#$%$%!!!!!!!!!
(เสียงกรีดร้องภายในจิตใจของสัปปะรดที่ไม่สามารถแปลเป็นภาษามนุษย์)
กำปั้นสัปปะรดประเคนเข้าใส่เป้าหมายด้วยท่าทางที่เจ้าตัวมั่นใจว่าคล้ายกับตัวละครโปรดของเขามากที่สุด
เคนชิโกะจัง!! ขอพลังให้ผมด้วย!!!
.............ได้เลยมุคุจัง - -+
เพียงแค่หูแว่วได้ยินเสียงแหบห้าวทรงพลังของสาวน้อย มุคุโร่ก็สามารถรวบรวมลมปราณ ถีบสิ่งมีชีวิตไม่ทราบสายพันธุ์ออกไปจากตัวได้ในที่สุด
“อะต๊าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
.........เค้ารู้สึกเหมือนถีบเหล็กเลยอ้า TAT ....
“ปรกติแกต้อนรับแขกแบบนี้เรอะ ไอ้พืชล้มลุก”
น้ำเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูทำเอา ดวงตาต่างสีต้องหันกลับมาโฟกัสใบหน้าที่อยู่ห่างไปไม่กี่เซนต์แบบเต็มๆตาอีกครั้ง เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมสีดำสนิทที่จ้องตรงมาก่อนแล้ว ริมฝีปากพลันขยับเผยรอยยิ้มแต้มขึ้นบนใบหน้าหวาน
“แล้วหมีป่าตัวไหนมันสอนให้คุณทักทายหลานชายแบบนี้ล่ะครับ.....คุณปู่ฮิบาริ”
มือเรียวผลักอกคนตรงหน้าอีกครั้งให้ลุกออก ท่าทางเขาจะเผลอหลับไปตอนคิดเรื่องคดีแน่ๆ ดวงตาต่างสีเพราะคอนเทคเลนส์รายเดือนปรายมองคู่กรณีที่ลงนั่งบนโซฟาด้วยท่าทางสบายสุดๆอยู่ไม่ห่าง อดสงสัยไม่ได้ ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงมาอยู่ที่นี่
แต่ทว่า.....
มันมีบางสิ่งที่เขาสงสัยมากกว่าเหตุผลที่ทำให้คุณปู่ฮิบาริยอมลงจากยอดเขาฟูรินคะซัน ละจากการฝึกวิชากับหมีป่า และตามล่าสัตว์สงวนไปวันๆ มาหาเขาถึงที่นี่
บางสิ่ง... ที่สำคัญมาก
แสงสีอมส้มส่องลอดเข้ามาภายในห้อง แทนนาฬิกาที่ทั้งชาติสำนักงานนี้ก็คงไม่มีเงินซื้อ คิ้วเรียวขมวดมุ่น
คินด่างอิจจี้กับชั้นในลูกไม้ปริศนาจบไปรึยังนะ...................OTL
ถ้าพลาดจากคินด่างอิจจี้ไปคงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าโคแนน เจ้าหนูนักกล้ามจบไปแล้วด้วยล่ะก็ จะหมายความว่าวันนี้เขาพลาดการ์ตูนเรื่องโปรดไปถึง 2 เรื่องเลยนะ =[]=!!!!
มุคคุงยอมไม่ได้!!
แต่ก่อนที่โอตาคุสัปปะรดสาย K จะกล้ามเนื้อขึ้นสมองจนสติแตกไปซะก่อน บางสิ่งตัวป้อมกลมสีเหลืองอ่อนก็ร่อนลงเลนดิ้งบนกลุ่มไหมสีน้ำเงินนุ่ม ก่อนจะแปรสภาพมันให้เป็น “รัง” ชั่วคราวและเริ่มส่งเสียงแหลมเล็กออกมา
“สัปปะรด สัปปะรด บ้า บ้า”
ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงกึ่งสุกเป็นลูกชิ้นปลานึ่งแป๊ะซะในพริบตา มือเรียวตะปบลงบนศีรษะตนเองหมายจะคว้าตัวเจ้านกน้อยตัวแสบ แต่ฮิเบิร์ดมีหรือจะยอมให้จับได้โดยง่าย นกน้อยโฉบขึ้นสูงก่อนถลาร่อนกลับไปหาเจ้านายของตนตามเดิม
“อย่าพูดความจริงสิ ไอ้พืชล้มลุกมันรับไม่ได้”
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยแผ่วเบากับนกน้อย ทำเอามุคุโร่อยากจับทั้งนกทั้งเจ้าของดองโหลซะให้เข็ด! รอยยิ้มหวานปานหน้ากากทักซิโด้แต้มขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง ขณะเจ้าตัวสืบเท้าใกล้เข้าไปเรื่อยๆ
“คึหึหึ...แล้วคนอย่างคุณรับความจริงได้มั้ยล่ะครับ ว่าตัวเองน่ะ “แก่จนเป็นปู่” แล้ว ยังลวนลามหลานชายตัวเองน่ะ”
ดวงตาสีดำสนิทปรายมองหลานชายที่ทำเขาเสียชื่อไปหลายกระบุงโกยชั่วครู่ ขณะเมินเฉยไม่สนใจกับลูกศรไม่ทราบที่มาที่แทงคำว่า “แก่จนเป็นปู่” ปักเข้าทะลุหลังจนเลือดสาด ก่อนจะตอบน้ำเสียงเรียบๆทว่าแทงใจ จนคนถามแทบจะเอากุหลาบเขวี้ยงใส่
“ตราบใดที่แกยังทำฉันเสียชื่ออยู่แบบนี้ ฉันก็ต้องลงโทษเป็นธรรมดา”
สามง่ามไม่ทราบที่มาปรากฏขึ้นบนมือเรียวสวยอย่างรวดเร็ว พอๆกับทอนฟาคู่สีเงินที่ราวกับโพล่ออกมาจากหลุมอากาศเข้าสู่มือของชายหนุ่ม ริมฝีปากบางแย้มรอยยิ้มเย้ยหยัน พร้อมเสียงหัวเราะ
“คึหึหึ...ท่าทางเราจะคุยกันดีๆไม่ได้ละมั้งครับ คุณปู่”
“หลานไม่รักดี มันต้องปล้ำให้ตาย!!”
หากก่อนจะมุคุโร่จะไหวตัวทันกับประโยคแปลกๆของอีกฝ่าย หรือคุณปู่หน้าอ่อนใจหื่นจะทันจะเริ่มพิธีกรรมทำสัปปะรดกวน เสียงใสๆของสัปปะรดอีกหนึ่งหัวน้อยๆก็ดังขึ้นขัดจังหวะสงครามข้ามสายพันธุ์เสียก่อน เสียงหวานร้องเรียกชื่อฝ่ายปู่จากภายนอก ก่อนจะตามมาติดๆด้วยใบหน้าน่ารักของโคลม โดคุโระที่เดินเข้ามาในห้องอย่างดีใจ
โรคุโด มุคุโร่ ไม่เคยรู้สึกแย่เท่านี้มาก่อนในชีวิต
เอ่อ .... จะว่าไม่เคยก็ไม่เชิงล่ะนะ ก็เหตุการณ์เดียวกัน มันก็ต้องรู้สึกแย่พอๆกันนั่นแหล่ะ
ดวงตาสองสียืนมองภาพตรงหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย โคลมกำลังยิ้มแย้มพูดคุยกับปู่หน้าละอ่อนของเขาอย่างสนุกสนาน ส่วนไอ้คุณปู่หื่นหน้าเอ๊าะ ถึงจะไม่ยิ้ม แต่ก็หน้าตาดูเป็นคนดีสมกับที่เคยเป็นตำรวจมาก่อนขึ้นหลายสิบเท่า
แต่เวลาที่เห็นมือใหญ่วางทาบลงบนกลุ่มไหมสีน้ำเงินสวยนั่นแล้ว
มันก็รู้สึกแย่จริงๆว่ะ
ถ้าโคลมย้ายไปทำงานกับปู่ขึ้นมา แล้วใครจะมาเป็นเลขาฟรีให้ผมล่ะ!!? ยิ่งในยุคเศรษฐกิจคัลเลอร์ฟูลด้วยม็อบหลากสีแบบนี้ด้วยเนี่ย!
สัปปะรดน้อยก็ได้แต่คิดกังวลเป็นสัปปะรดจิตตกต่อไป โดยไม่ได้รับรู้เลยถึงบทสนทนาของอีกสองคนภายในห้อง ว่ามันเกี่ยวพันกับความปลอดภัยในชีวิตและเวอร์จิ้น(?) ของตนขนาดไหน
“สำหรับครั้งนี้ ดิฉันเตรียมของไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ”
รอยยิ้มสดใสแต้มบนใบหน้า ขณะมือยื่นซองกระดาษปึกหนาส่งให้ ฮิบาริรับมาก่อนจะเปิดแง้มดูภายใน ดวงตาสีดำสนิทฉายแววพึงใจ ขณะเอื้อมไปลูบบนศีรษะเด็กสาว
“คราวนี้ต้องชาร์ตเพิ่มนะคะ มีรูปคุณมุคุโร่นอนหลับน้ำลายยืดด้วย”
มือใหญ่กระตุกวูบ ชักกกลับจากศีรษะของเด็กสาวที่ยังยืนยิ้มอยู่ทันที ร่างสูงสั่นสะท้าน ก่อนจะตะปบมือทั้งสองข้างอุดจมูกของตนไว้แน่น เมื่อฝ่ายตรงข้ามโชว์รูปของแรร์ทีเด็ดคราวนี้ให้เขาดูแบบไม่ทันตั้งตัวในระยะประชิด
....ภาพของหลานชายที่เกิดมาแหกสายพันธุ์ไปเป็นพืชล้มลุกกำลังนอนซบอยู่บนโซฟา เรือนผมสีไพลินเคลียอยู่บนลาดไหล่บาง หยาดน้ำสายเล็กๆไหลย้อยลงมาตามมุมปาก เจิ่งนองท่วมเบาะที่เจ้าตัวหนุนอยู่ราวกับทะเลสาบสงขลา ดูแล้วโมเอะขึ้นล้านเท่า.....
^0^~
ริมฝีปากสีชมพูอมยิ้มน้อยๆจนแก้มตุ่ยอย่างน่ารักกับท่าทางราวขี้ยาลงแดงของเจ้านายตน ก่อนจะเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าวิญญาณของชายหนุ่มตรงหน้าใกล้จะล่องลอยออกไปยังอีกฝากของแม่น้ำ...
“เมื่อเช้ามีคดีเกิดขึ้นหรือคะ”
เสียงหวานๆ ดึงไยสัปปะรดกลับเข้าร่างชายหนุ่มอีกครั้ง มุคุโร่หันมาส่งยิ้มกลับแบบหลั่นล้าราวได้ปุ๋ย
...แน่ล่ะ ความทุกข์ของคนอื่น คือเงินตราของครอบครัวเรา.....
“ปราสาทตรงซอย 4 นั่นแหล่ะครับ เห็นว่าเป็นคดีฆาตรกรรมเจ้าของปราสาท...” พูดพลางมือเรียวก็หยิบเอาสมุดจดเล่มน้อยออกมาจากซอกหลืบของร่างกาย
“พยานที่เป็นคนรับใช้ของปราสาท เล่าให้ฟังว่า ปรกติแล้วเจ้าของปราสาทเป็นพวกชอบใช้ความรุนแรงกับลูกน้องประจำอยู่แล้วครับ ถือว่าไม่แปลกอะไรที่จะโดนล้างแค้น”
ริมฝีปากบางขบปลายดินสอเบาๆ ราวกำลังใช้ความคิด โดยไม่รู้เลยว่าท่วงท่าของตนอยู่ภายใต้การสังเกตของลูกน้องคนสนิทที่แทบจะควักผ้าเช็ดหน้าลูกไม้ลายกุโละระบำหน้าท้องออกมากัดซะให้วิ่น เด็กสาวค่อยๆมุดถอยหลังออกจากห้องไป เมื่อเห็นว่ามุคุโร่เริ่มจมเข้าสู่ภวังค์สมาธิของตน
...ที่จริงโคลมก็มีอะไรอยากจะบอกคุณมุคุโร่อยู่นะคะ...
...แต่ว่าไม่บอก ท่าจะสนุกกว่า...
...คุฟุฟุฟุ...
.
.
.
.
.
.
สัมผัสแปลกปลอมแตะลงบนริมฝีปากบางแผ่วเบา ก่อนบดเบียดแนบสนิท ฝ่ามือประคองใต้ท้ายทอยให้แหงนรับสัมผัสมากขึ้น เนิ่นนานจนลมหายใจติดขัด.....
.......ดวงตาสีไม่สามัคคีลืมโพลงขึ้นอย่างตกใจ
ก่อนจะพบว่าตัวเองถูกล็อคอยู่ในอ้อมแขนของซัมวัน or ซัมติงที่ไม่สามารถระบุเผ่าพันธุ์ได้
=[]=!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! @#$#%%\(^0^)/%@!!$@#$#$%$%!!!!!!!!!
(เสียงกรีดร้องภายในจิตใจของสัปปะรดที่ไม่สามารถแปลเป็นภาษามนุษย์)
กำปั้นสัปปะรดประเคนเข้าใส่เป้าหมายด้วยท่าทางที่เจ้าตัวมั่นใจว่าคล้ายกับตัวละครโปรดของเขามากที่สุด
เคนชิโกะจัง!! ขอพลังให้ผมด้วย!!!
.............ได้เลยมุคุจัง - -+
เพียงแค่หูแว่วได้ยินเสียงแหบห้าวทรงพลังของสาวน้อย มุคุโร่ก็สามารถรวบรวมลมปราณ ถีบสิ่งมีชีวิตไม่ทราบสายพันธุ์ออกไปจากตัวได้ในที่สุด
“อะต๊าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
.........เค้ารู้สึกเหมือนถีบเหล็กเลยอ้า TAT ....
“ปรกติแกต้อนรับแขกแบบนี้เรอะ ไอ้พืชล้มลุก”
น้ำเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูทำเอา ดวงตาต่างสีต้องหันกลับมาโฟกัสใบหน้าที่อยู่ห่างไปไม่กี่เซนต์แบบเต็มๆตาอีกครั้ง เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมสีดำสนิทที่จ้องตรงมาก่อนแล้ว ริมฝีปากพลันขยับเผยรอยยิ้มแต้มขึ้นบนใบหน้าหวาน
“แล้วหมีป่าตัวไหนมันสอนให้คุณทักทายหลานชายแบบนี้ล่ะครับ.....คุณปู่ฮิบาริ”
มือเรียวผลักอกคนตรงหน้าอีกครั้งให้ลุกออก ท่าทางเขาจะเผลอหลับไปตอนคิดเรื่องคดีแน่ๆ ดวงตาต่างสีเพราะคอนเทคเลนส์รายเดือนปรายมองคู่กรณีที่ลงนั่งบนโซฟาด้วยท่าทางสบายสุดๆอยู่ไม่ห่าง อดสงสัยไม่ได้ ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงมาอยู่ที่นี่
แต่ทว่า.....
มันมีบางสิ่งที่เขาสงสัยมากกว่าเหตุผลที่ทำให้คุณปู่ฮิบาริยอมลงจากยอดเขาฟูรินคะซัน ละจากการฝึกวิชากับหมีป่า และตามล่าสัตว์สงวนไปวันๆ มาหาเขาถึงที่นี่
บางสิ่ง... ที่สำคัญมาก
แสงสีอมส้มส่องลอดเข้ามาภายในห้อง แทนนาฬิกาที่ทั้งชาติสำนักงานนี้ก็คงไม่มีเงินซื้อ คิ้วเรียวขมวดมุ่น
คินด่างอิจจี้กับชั้นในลูกไม้ปริศนาจบไปรึยังนะ...................OTL
ถ้าพลาดจากคินด่างอิจจี้ไปคงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าโคแนน เจ้าหนูนักกล้ามจบไปแล้วด้วยล่ะก็ จะหมายความว่าวันนี้เขาพลาดการ์ตูนเรื่องโปรดไปถึง 2 เรื่องเลยนะ =[]=!!!!
มุคคุงยอมไม่ได้!!
แต่ก่อนที่โอตาคุสัปปะรดสาย K จะกล้ามเนื้อขึ้นสมองจนสติแตกไปซะก่อน บางสิ่งตัวป้อมกลมสีเหลืองอ่อนก็ร่อนลงเลนดิ้งบนกลุ่มไหมสีน้ำเงินนุ่ม ก่อนจะแปรสภาพมันให้เป็น “รัง” ชั่วคราวและเริ่มส่งเสียงแหลมเล็กออกมา
“สัปปะรด สัปปะรด บ้า บ้า”
ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงกึ่งสุกเป็นลูกชิ้นปลานึ่งแป๊ะซะในพริบตา มือเรียวตะปบลงบนศีรษะตนเองหมายจะคว้าตัวเจ้านกน้อยตัวแสบ แต่ฮิเบิร์ดมีหรือจะยอมให้จับได้โดยง่าย นกน้อยโฉบขึ้นสูงก่อนถลาร่อนกลับไปหาเจ้านายของตนตามเดิม
“อย่าพูดความจริงสิ ไอ้พืชล้มลุกมันรับไม่ได้”
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยแผ่วเบากับนกน้อย ทำเอามุคุโร่อยากจับทั้งนกทั้งเจ้าของดองโหลซะให้เข็ด! รอยยิ้มหวานปานหน้ากากทักซิโด้แต้มขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง ขณะเจ้าตัวสืบเท้าใกล้เข้าไปเรื่อยๆ
“คึหึหึ...แล้วคนอย่างคุณรับความจริงได้มั้ยล่ะครับ ว่าตัวเองน่ะ “แก่จนเป็นปู่” แล้ว ยังลวนลามหลานชายตัวเองน่ะ”
ดวงตาสีดำสนิทปรายมองหลานชายที่ทำเขาเสียชื่อไปหลายกระบุงโกยชั่วครู่ ขณะเมินเฉยไม่สนใจกับลูกศรไม่ทราบที่มาที่แทงคำว่า “แก่จนเป็นปู่” ปักเข้าทะลุหลังจนเลือดสาด ก่อนจะตอบน้ำเสียงเรียบๆทว่าแทงใจ จนคนถามแทบจะเอากุหลาบเขวี้ยงใส่
“ตราบใดที่แกยังทำฉันเสียชื่ออยู่แบบนี้ ฉันก็ต้องลงโทษเป็นธรรมดา”
สามง่ามไม่ทราบที่มาปรากฏขึ้นบนมือเรียวสวยอย่างรวดเร็ว พอๆกับทอนฟาคู่สีเงินที่ราวกับโพล่ออกมาจากหลุมอากาศเข้าสู่มือของชายหนุ่ม ริมฝีปากบางแย้มรอยยิ้มเย้ยหยัน พร้อมเสียงหัวเราะ
“คึหึหึ...ท่าทางเราจะคุยกันดีๆไม่ได้ละมั้งครับ คุณปู่”
“หลานไม่รักดี มันต้องปล้ำให้ตาย!!”
หากก่อนจะมุคุโร่จะไหวตัวทันกับประโยคแปลกๆของอีกฝ่าย หรือคุณปู่หน้าอ่อนใจหื่นจะทันจะเริ่มพิธีกรรมทำสัปปะรดกวน เสียงใสๆของสัปปะรดอีกหนึ่งหัวน้อยๆก็ดังขึ้นขัดจังหวะสงครามข้ามสายพันธุ์เสียก่อน เสียงหวานร้องเรียกชื่อฝ่ายปู่จากภายนอก ก่อนจะตามมาติดๆด้วยใบหน้าน่ารักของโคลม โดคุโระที่เดินเข้ามาในห้องอย่างดีใจ
โรคุโด มุคุโร่ ไม่เคยรู้สึกแย่เท่านี้มาก่อนในชีวิต
เอ่อ .... จะว่าไม่เคยก็ไม่เชิงล่ะนะ ก็เหตุการณ์เดียวกัน มันก็ต้องรู้สึกแย่พอๆกันนั่นแหล่ะ
ดวงตาสองสียืนมองภาพตรงหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย โคลมกำลังยิ้มแย้มพูดคุยกับปู่หน้าละอ่อนของเขาอย่างสนุกสนาน ส่วนไอ้คุณปู่หื่นหน้าเอ๊าะ ถึงจะไม่ยิ้ม แต่ก็หน้าตาดูเป็นคนดีสมกับที่เคยเป็นตำรวจมาก่อนขึ้นหลายสิบเท่า
แต่เวลาที่เห็นมือใหญ่วางทาบลงบนกลุ่มไหมสีน้ำเงินสวยนั่นแล้ว
มันก็รู้สึกแย่จริงๆว่ะ
ถ้าโคลมย้ายไปทำงานกับปู่ขึ้นมา แล้วใครจะมาเป็นเลขาฟรีให้ผมล่ะ!!? ยิ่งในยุคเศรษฐกิจคัลเลอร์ฟูลด้วยม็อบหลากสีแบบนี้ด้วยเนี่ย!
สัปปะรดน้อยก็ได้แต่คิดกังวลเป็นสัปปะรดจิตตกต่อไป โดยไม่ได้รับรู้เลยถึงบทสนทนาของอีกสองคนภายในห้อง ว่ามันเกี่ยวพันกับความปลอดภัยในชีวิตและเวอร์จิ้น(?) ของตนขนาดไหน
“สำหรับครั้งนี้ ดิฉันเตรียมของไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ”
รอยยิ้มสดใสแต้มบนใบหน้า ขณะมือยื่นซองกระดาษปึกหนาส่งให้ ฮิบาริรับมาก่อนจะเปิดแง้มดูภายใน ดวงตาสีดำสนิทฉายแววพึงใจ ขณะเอื้อมไปลูบบนศีรษะเด็กสาว
“คราวนี้ต้องชาร์ตเพิ่มนะคะ มีรูปคุณมุคุโร่นอนหลับน้ำลายยืดด้วย”
มือใหญ่กระตุกวูบ ชักกกลับจากศีรษะของเด็กสาวที่ยังยืนยิ้มอยู่ทันที ร่างสูงสั่นสะท้าน ก่อนจะตะปบมือทั้งสองข้างอุดจมูกของตนไว้แน่น เมื่อฝ่ายตรงข้ามโชว์รูปของแรร์ทีเด็ดคราวนี้ให้เขาดูแบบไม่ทันตั้งตัวในระยะประชิด
....ภาพของหลานชายที่เกิดมาแหกสายพันธุ์ไปเป็นพืชล้มลุกกำลังนอนซบอยู่บนโซฟา เรือนผมสีไพลินเคลียอยู่บนลาดไหล่บาง หยาดน้ำสายเล็กๆไหลย้อยลงมาตามมุมปาก เจิ่งนองท่วมเบาะที่เจ้าตัวหนุนอยู่ราวกับทะเลสาบสงขลา ดูแล้วโมเอะขึ้นล้านเท่า.....
อุ....เหนแว้วเลือดจะพุ่ง >////
อากัปกริยาทั้งหมดของคุณปู่และเลขาสาวอยู่ในสายตาของสัปปะรดน้อยทั้งสิ้น ภาพของคุณปู่ที่ยกมือขึ้นกุมจมูกด้วยใบหน้าแดงก่ำ เมื่อเด็กสาวหันมาส่งยิ้มหวานให้ ทำเอามุคุโร่อยากจะกระโดดโคลสไลม์คนแก่ขึ้นมากระทันหัน
“โคลมเป็นเลขา(ฟรี)ของผมนะครับ!!!”
เสียงหวานร้องประท้วงจากด้านหลัง หากก่อนที่มุคุโร่จะเข้าถึงตัวทั้งสอง ฮิบาริก็คว้าซองรูป รวมถึงแรร์ไอเทมยัดหายเข้าไปในเสื้อนอกเรียบร้อยด้วย Impulse ระดับเทพ จนโคลมยังต้องทึ่ง
“หึ.... ไร้มารยาทจริงๆ ไอ้พืชล้มลุก”
ฮิบาริหันกลับมาดุหลานชายด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่คำพูดของคุณปู่ฮิบะคงจะดูดีกว่านี้ ถ้าไม่ใช่เพราะใบหน้าหล่อเหลานั่นหันมาพูดพร้อมรอยยิ้มหื่นส่งให้หลานชาย โดยที่มือหนึ่งยังถือผ้าเช็ดหน้าลายแกมม่าเต้นจ้ำบ๊ะ และมีเลือดกำเดาไหลเป็นทางเยี่ยงน้ำตกไนแองการ่า...
....รบกับหมีจนบ้าไปแล้วหรือไง ปู่ผม...
“เพื่อเป็นการลงโทษกับความไร้มารยาทถึงสองครั้งสองคราของแก ไปกางเต๊นท์ให้ฉันซะ ไอ้พืชล้มลุก!”
สิ้นคำบัญชาของปู่ มุคุโร่รู้สึกเหมือนแรมโบ้ฟาดลงกลางอกฟีบๆของตน ใบหน้าสวยซีดเผือด เมื่อนึกถึง ‘เต๊นท์’ ขนาดยักษ์ของผู้เป็นปู่ ถึงอีกฝ่ายจะหอบมันเดินขึ้นลงยอดเขาเป็นว่าเล่นเหมือนแบกสำลีเดินแร่ดก็เหอะ แต่ไอ้เต๊นท์นี่น่ะ
มันใหญ่เยี่ยงเต๊นท์ละครสัตว์เลยนะครับ!!
แต่สัปปะรดหนุ่มก็ไม่ทันได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น เมื่อจู่ๆตัวเองก็โดนแบกขึ้นพาดบ่าโดยฝีมือของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร... และร่างสูงก็มุดลอดออกจากสำนักงานกล่องกระดาษนี่ไปในวินทีถัดมา ไม่ปล่อยให้หลานชายสุดเลิฟได้แหกปากโวยวายซ้ำ
“พรุ่งนี้เช้าเอาเทปไปฝากมาม่อนจังขายอีกท่าจะดี คุณฮิบาริน่าจะมาบ่อยๆเนอะ เคนจัง ^^”
เสียงหวานเอ่ยด้วยรอยยิ้ม มือเรียวนับธนบัตรปึกใหญ่ในมืออย่างสบายอารมณ์อยู่บนผืนหญ้าใต้สะพาน โดยมีสัตวเลี้ยงของสำนักงานอย่างเคน
นอนซบอยู่ไม่ห่าง กับเสียงหอบหายใจสลับกรีดร้องจากบทลงโทษระหว่างปู่หลานดังคลอราวกับอุปรากรชั้นเลิศ
“ไม่อย่างนั้นใครมันจะทนทำงานฟรีได้นานขนาดนี้ล่ะคะ คุฟุฟุฟุ.....”
สุดท้ายแล้ว คนที่ชนะสงครามปู่หลาน ครั้งนี้
ก็คือโคลมเช่นเคย.........
.
.
.
.
.
.
เสียงริงโทนเพลงร็อคสุดฮิตดังขึ้นเรียกความสนใจจากเด็กสาวที่กำลังนั่งฟังเสียงการออกกำลังกายแบบกิจกรรมเข้าจังหวะยามเช้าของคู่ปู่หลาน โคลมเหลือบตามองมือถือเครื่องสวยมีน้ำเงินอมแดงวูบนึง มันยังคงสั่นตามจังหวะเพลงร็อคอยู่อย่างต่อเนื่อง
... อั๊งอังอัง~โตะเต๊โมดาอิ๊สึกิ... มุคุเรมะอึ่น~
ช่างเป็นเพลงที่เหมาะกับเจ้าของเครื่องอะไรจะขนาดนั้น....เด็กสาวอดนึกในใจไม่ได้ขณะหยิบมือถือขึ้นรับสาย เสียงหื่นสลัดผสานเสียงเคี้ยวขนมหยับๆดังลอดกลับมาอย่างรื่นเริงสุดๆ
“ฮาย~~ ฮิบาริซั๊ง~! ผมเอาข่าวคดีล่าสุดมาฝากครับ”
“คุณฮิบาริไม่ว่างค่ะ ถ้ายังไงจะให้โทรกลับมั้ยคะ?”
เด็กสาวกรอกเสียงตอบกลับ โดยมีเสียงแว่วหวานจากกิจกรรมเข้าจังหวะดังลอดคลอเป็นระยะๆ ทำเอาปลายสายอีกด้านถึงกับอมยิ้ม มือเรียวโยนขนมมาชเมลโลว์เข้าปากอีกชิ้น ก่อนจะฝากเด็กสาวร้องเรียกตัวคนที่เขาต้องการคุยด้วยให้
หลังจากเสียงใสร้องหาได้ไม่นาน ฮิบาริก็โพล่ออกมาจากในเต๊นท์พร้อมรังสีสังหาร โดยมีฮิเบิร์ดบินตามเพิ่มความสยดสยองอยู่ไม่ห่าง เส้นผมสีดำสนิทยุ่งกระจาย เช่นเดียวกับยูคาตะสีเข้มที่หลุดลุ่ย มือแกร่งคว้ามือถือเครื่องน้อยจากมือเด็กสาว ที่โคลมคอนเฟิร์มได้เลยว่า มันลั่นดัง ‘กร๊อบ’ และหลังจากคุยจบมันก็ถูกบีบเละในพริบตา
โทรศัพท์มือถือเครื่องน้อยสิ้นอายุขัยลงด้วยเวลาเพียง 0.003 วินาทีหลังจากนั้น....
กลับมาที่ในเต๊นท์บ้าง มุคุโร่ถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อปู่ของตนลุกออกไปรับโทรศัพท์เสียที เด็กหนุ่มหยิบสมุดจดรายละเอียดของคดีล่าสุดที่ถูกโยนทิ้งอยู่ไม่ไกลขึ้นมาอีกครั้ง มือเรียวบีบนวดขมับทั้ง 2 ข้างของตนพลางนึกถึงรสมือหมอนวดวัดโพว์ซายด์ดอนทฺ
แม้จินตนาการของเด็กหนุ่มจะไม่ติดเรต แต่ท่าทางความคิดของเขาจะทำให้ใครหลายๆคนแถวนี้แทบกระอักเลือดตายได้ยามนึกถึงหมอนวดกล้ามล่ำกับเด็กหนุ่มร่างบางเรือนผมสีไพลินผู้นี้ กับประโยคที่ว่า..
...น่าเสียดายที่นี่ไม่ใช่ฟิคหยาดเหงื่อ มัดกล้ามและห้องน้ำสาธารณะแต่อย่างใด...
มือเรียวยังคงนวดไปมาแถวหว่างคิ้วและขมับของตนขณะพยายามขบคิดเชื่อมโยงระหว่างเงื่อนงำแต่ละอย่าง จากคดีที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทั้งคราบเลือดบนพรมหนังสัตว์หน้าตาประหลาด การตกแต่งแปลกๆของห้อง สิ่งที่หลงเหลือในที่เกิดเหตุ และที่สำคัญ
ทำไมคนดูแลคดีถึงเป็นไอ้หื่นเบียคุรันวะครับ?
หากก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้คิดอะไรมากไปกว่านี้ ไอ้คนที่หื่นกว่ามันก็กลับเข้ามา ออร่าทมิฬจากตัวยังคงไม่จางหาย และฮิเบิร์ดก็ยังบินวนเวียนเพิ่มความน่าสยดสยองอยู่เช่นเดิม มือแกร่งคว้าแขนหลานชายไว้แน่น
“ใส่เสื้อซะ มีที่จะต้องไป”
.
.
.
.
.
.
ภาพตรงหน้าทำเด็กหนุ่มอยากจะเอาหัวโขกปลาดุกอุยตายๆไปซะให้พ้น เบื้องหน้าคือภาพในห้องพักพิเศษของโรงพยาบาลอันดับ 1 ของเมือง ประกอบไปด้วยคนเฝ้าไข้ คือชายหนุ่มเรือนผมสีเงินยาวที่กำลังเอาดาบปอกแอปเปิ้ล และคนไข้ คือชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำสนิท ที่บนศีรษะถูกพันรอบด้วยผ้าพันแผลสีขาวเปื้อนรอยแดงจางๆ กำลังโยกซ้ายโยกขวาหลบปลายดาบไปมาอย่างสนุกสนาน
และไอ้คนไข้ที่ว่า มันก็คือ เจ้าของปราสาทในคดีฆาตกรรม ไอ้คนที่ควรจะตายห่_ไปแล้ว!!!
ไม่ใช่แค่ไม่ตาย แต่มันยังหันมาทำหน้าราวกับว่าพวกเขาสองคนเป็นตัวอะไรซักอย่างที่มีขัดขวางความสุขของมันอีก!!
แซร๊ดดด!!! เดี๋ยวพ่อแช่งให้หลบพลาดโดนดาบปาดคอตายเลยนิ! สัปปะรดองค์แรงนะว้อย!!!
“คนนี้คือ แซนซัส เจ้าของรุ่นที่ 10 ของปราสาทตรงซอย 4”
“ส่วนนั่นพ่อบ้านของแซนซัส สเพลฮี สควอโล่”
คุณปู่หน้าหื่นใจเด็กแนะนำตัวคนตรงหน้าให้หลานชายฟังเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาสุดๆ เช่นเดียวกับพ่อบ้านสควอโล่ ที่หันมาค้อมหัวให้เขาอย่างสุภาพโดยที่ในมือยังคงถือดาบเล่มยาว และมีซากแอปเปิ้ลถูกเฉือนร่วงอยู่รอบกาย ชายหนุ่มผมยาวค่อยๆวางดาบในมือของตนลง ก่อนจะลุกขึ้นโค้งศีรษะให้กับเด็กหนุ่มเบื้องหน้า
“ขอโทษสำหรับความเลินเล่อของคนสวนในปราสาทด้วยครับ ที่ทำให้คุณต้องเดือดร้อนวุ่นวายแบบนี้”
มุคุโร่ชะงักไปชั่ววูบกับ ประโยคเด็ดของฉลามเซื่อง ที่เอ่ยด้วยใบหน้าแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และจากนั้นสควอโล่ก็เอ่ยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง โดยมีแซนซัสนั่งแทะแอปเปิ้ลไม่สนใจโลกภายนอกเป็นฉากหลัง.....
.
.
.
.
.
.
ปราสาทซอน 4 สุดอลังการณ์ ประวัติศาสตร์ยาวนาน 400 ปี นับตั้งแต่เจ้าของปราสาทรุ่นที่ 1 หอบเสื่อผืนหอยกาบตัวขึ้นฝั่งมาได้ ตราบจนปัจจุบัน ความอลังการณ์ของปราสาทยิ่งทวีความเพิ่มพูน แม้แต่คนรับใช้ในปราสาทยังต้องเป็นเหล่าผู้ที่ได้รับการคัดเลือกมา ด้วยวาเรียควอลิตี้ว่าสามารถขจัดไส้เดือนดินริ้นไรฝุ่นออกจาซอกหลืบปราสาทได้เอี่ยมทุกรูขุมขน
เช่นเดียวกับพ่อบ้านประจำปราสาท ที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าสามารถทนมือทนตีนเจ้าของปราสาทได้เป็นอย่างดี ..รวมถึงหัวแข็งพอจะทนแก้วเหล้าได้ด้วย
สเพลฮี สควอโล่ มีความภาคภูมิใจในการเป็นพ่อบ้านประจำปราสาทของตนอย่างล้นเหลือ ทุกรายละเอียด การจัดแต่ง หรือแม้แต่องศาการการผลิใบของต้นถั่วงอก ทั้งหมดอยู่ในการคาดการณ์ของชายหนุ่มทั้งสิ้น
...กระทั่งวันหนึ่ง..
เจ้าของปราสาทรุ่นที่ 10
ก็ทำให้สควอโล่...
ต่อมแตก
เมื่อแซนซัสเผยพลังอาร์ทตัวแม่ แต่งห้องทำงานของตนในปราสาทใหม่ด้วยสถาปัตยกรรมแบบอีสานบ้านเฮาและลานนาคัมมินท์ พรมหนังควายถูกปูลาดลงกับพื้นปาเก้ราคาแพงละลิ่ว เช่นเดียวกับผ้าไหมมัดหมี่ และตระกร้อจักสานถูกแขวนประดับผนัง ผ้าม่านกำมะหยี่เนื้อดีแพงระยับถูกปลดโยนทิ้งเปลี่ยนเป็นแหจับปลา
สควอโล่
รับไม่ได้
“แบบนี้มัน....ไม่ไหวจะเคลียร์ว้อย!!!!”
ทันทีที่เห็น เขาควายแหลมโง้งถูกชายหนุ่มคว้าหมับ กระชากหัวควายประดับลงจากฝาผนังแล้วประเคนมันซัลโวใส่ขมับน้อยๆของท่านเจ้าของบ้านทันที
เมื่อ เอคชั่น = รีเอคชั่น และ E=Mc^2
หยาดโลหิตสาดกระเซ็นต้องผืนพรมราคาเกือบแพง ร่างบอบบางเยี่ยงกระทิงป่าของแซนซัสหมุนตามแรง หางตาสีโกเมนเข้มเหลือบเห็นรอยแสยะยิ้มจากควายในมือลูกน้องคนสนิทของตน ความรู้สึกราวกับโดนควายหัวเราะเยาะทำให้ชายหนุ่มรับไม่ได้จนสลบไป
และจังหวะนั้นเองที่เลวี่คนสวนของปราสาทเข้ามาพบ
และกลายเป็นคดีฆาตรกรรม.....
.
.
.
.
.
.
แสงแดดยามสายสาดแสงแรงกล้าลอดเข้ามาภายในเต๊นท์ขนาดใหญ่ยักษ์ ขนาดที่ว่าหากเจ้าของของมันไม่ใช่อดีตนายตำรวจเก่าที่ขึ้นชื่อเรื่องซ้อมผู้ต้องหาจนถูกไล่ออกบ่อยที่สุดอย่างฮิบาริ เคียวยะแล้วล่ะก็ เต๊นท์หลังนี้คงโดนเทศกิจเก็บไปตั้งแต่ 3 วินาทีแรกที่มันได้ออกมาสูดอากาศภายนอกเป็นแน่
ภายในเต๊นท์ปรากฏร่างบอบบางของหลานชายนายตำรวจนอนหลับตาพริ้มอย่างเป็นสุข ไหล่ขาวบางโพล่พ้นขอบผ้าห่มมาพอให้คนแก่ใจเต้น เช่นเดียวกับขาขาวเนียนที่พ้นจากผ้าห่มอีกด้านก็กำลังทำอันตรายต่อคุณปู่ฮิบาริด้วยการกระตุ้นหัวใจคุณปู่ให้เต้นเบรคแดนซ์เป็นจังหวะแฮฟวี่เมทัลอย่างสนุกสนาน
...ท่าทางจะเสียเลือดตายอย่างเป็นสุขแน่ๆเรา...
ฮิบารินึกพลางยกชายผ้าห่มขึ้นซับเลือดกำเดา ก่อนจะกัดฟันลุกออกจากเต๊นท์ โดยไม่ลืมเก็บกล้องไปคืนโคลมที่นั่งหลับรออยู่ด้านนอก
และกำชับกับเด็กสาวที่ยังคงง่วงงุนว่า....
“ก๊อปให้ด้วย 2 ชุด”
.
.
.
.
ถ้าหลานตื่นมาได้ยินคงดีใจแทบเต้นบัลเลย์ ที่มีปู่ที่รักตัวเองได้ขนาดนี้......
หลังจากฝากฝังโคลมเรียบร้อยแล้ว คุณปู่ยังหนุ่มก็กลับเข้าไปในเต๊นท์อีกครั้ง และเริ่มการปลุกหลานด้วยวิธีที่ทำให้โคลมถึงกับตาสว่าง เด็กสาวนั่งกอดเข่ารอสองปู่หลานอยู่ด้านนอกด้วยความสงสัยว่า วิธีปลุกของคุณปู่ฮิบาริ ท่าทางจะทำให้มุคุโร่ต้องนอนยาวกว่าเดิมมากกว่ากระมัง......
“สุดท้ายเพราะไม่ได้เป็นคดีฆาตรกรรมคุณฮิบาริเลยไม่ต้องเสียชื่อซ้ำ แต่สำนักงานก็ไม่มีเงินเข้าอยู่ดี....”
เด็กสาวผ่อนลมหายใจยาว มือเรียวลูบไปมาบนขนสัตว์เลี้ยงตัวเดียวของสำนักงานที่หลับอยู่บนตักของเธอ หากเมื่อก้มมองกล้องในมือ แก้มใสก็ป่องพองขึ้นอย่างน่ารักทันควัน
“ใจร้ายจัง! ในเมื่อจะปลุกคุณมุคุโร่วิธีนี้ แล้วจะรีบเอากล้องมาคืนทำไมล่ะคะ คุณฮิบาริ...”
อากัปกริยาทั้งหมดของคุณปู่และเลขาสาวอยู่ในสายตาของสัปปะรดน้อยทั้งสิ้น ภาพของคุณปู่ที่ยกมือขึ้นกุมจมูกด้วยใบหน้าแดงก่ำ เมื่อเด็กสาวหันมาส่งยิ้มหวานให้ ทำเอามุคุโร่อยากจะกระโดดโคลสไลม์คนแก่ขึ้นมากระทันหัน
“โคลมเป็นเลขา(ฟรี)ของผมนะครับ!!!”
เสียงหวานร้องประท้วงจากด้านหลัง หากก่อนที่มุคุโร่จะเข้าถึงตัวทั้งสอง ฮิบาริก็คว้าซองรูป รวมถึงแรร์ไอเทมยัดหายเข้าไปในเสื้อนอกเรียบร้อยด้วย Impulse ระดับเทพ จนโคลมยังต้องทึ่ง
“หึ.... ไร้มารยาทจริงๆ ไอ้พืชล้มลุก”
ฮิบาริหันกลับมาดุหลานชายด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่คำพูดของคุณปู่ฮิบะคงจะดูดีกว่านี้ ถ้าไม่ใช่เพราะใบหน้าหล่อเหลานั่นหันมาพูดพร้อมรอยยิ้มหื่นส่งให้หลานชาย โดยที่มือหนึ่งยังถือผ้าเช็ดหน้าลายแกมม่าเต้นจ้ำบ๊ะ และมีเลือดกำเดาไหลเป็นทางเยี่ยงน้ำตกไนแองการ่า...
....รบกับหมีจนบ้าไปแล้วหรือไง ปู่ผม...
“เพื่อเป็นการลงโทษกับความไร้มารยาทถึงสองครั้งสองคราของแก ไปกางเต๊นท์ให้ฉันซะ ไอ้พืชล้มลุก!”
สิ้นคำบัญชาของปู่ มุคุโร่รู้สึกเหมือนแรมโบ้ฟาดลงกลางอกฟีบๆของตน ใบหน้าสวยซีดเผือด เมื่อนึกถึง ‘เต๊นท์’ ขนาดยักษ์ของผู้เป็นปู่ ถึงอีกฝ่ายจะหอบมันเดินขึ้นลงยอดเขาเป็นว่าเล่นเหมือนแบกสำลีเดินแร่ดก็เหอะ แต่ไอ้เต๊นท์นี่น่ะ
มันใหญ่เยี่ยงเต๊นท์ละครสัตว์เลยนะครับ!!
แต่สัปปะรดหนุ่มก็ไม่ทันได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น เมื่อจู่ๆตัวเองก็โดนแบกขึ้นพาดบ่าโดยฝีมือของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร... และร่างสูงก็มุดลอดออกจากสำนักงานกล่องกระดาษนี่ไปในวินทีถัดมา ไม่ปล่อยให้หลานชายสุดเลิฟได้แหกปากโวยวายซ้ำ
“พรุ่งนี้เช้าเอาเทปไปฝากมาม่อนจังขายอีกท่าจะดี คุณฮิบาริน่าจะมาบ่อยๆเนอะ เคนจัง ^^”
เสียงหวานเอ่ยด้วยรอยยิ้ม มือเรียวนับธนบัตรปึกใหญ่ในมืออย่างสบายอารมณ์อยู่บนผืนหญ้าใต้สะพาน โดยมีสัตวเลี้ยงของสำนักงานอย่างเคน
นอนซบอยู่ไม่ห่าง กับเสียงหอบหายใจสลับกรีดร้องจากบทลงโทษระหว่างปู่หลานดังคลอราวกับอุปรากรชั้นเลิศ
“ไม่อย่างนั้นใครมันจะทนทำงานฟรีได้นานขนาดนี้ล่ะคะ คุฟุฟุฟุ.....”
สุดท้ายแล้ว คนที่ชนะสงครามปู่หลาน ครั้งนี้
ก็คือโคลมเช่นเคย.........
.
.
.
.
.
.
เสียงริงโทนเพลงร็อคสุดฮิตดังขึ้นเรียกความสนใจจากเด็กสาวที่กำลังนั่งฟังเสียงการออกกำลังกายแบบกิจกรรมเข้าจังหวะยามเช้าของคู่ปู่หลาน โคลมเหลือบตามองมือถือเครื่องสวยมีน้ำเงินอมแดงวูบนึง มันยังคงสั่นตามจังหวะเพลงร็อคอยู่อย่างต่อเนื่อง
... อั๊งอังอัง~โตะเต๊โมดาอิ๊สึกิ... มุคุเรมะอึ่น~
ช่างเป็นเพลงที่เหมาะกับเจ้าของเครื่องอะไรจะขนาดนั้น....เด็กสาวอดนึกในใจไม่ได้ขณะหยิบมือถือขึ้นรับสาย เสียงหื่นสลัดผสานเสียงเคี้ยวขนมหยับๆดังลอดกลับมาอย่างรื่นเริงสุดๆ
“ฮาย~~ ฮิบาริซั๊ง~! ผมเอาข่าวคดีล่าสุดมาฝากครับ”
“คุณฮิบาริไม่ว่างค่ะ ถ้ายังไงจะให้โทรกลับมั้ยคะ?”
เด็กสาวกรอกเสียงตอบกลับ โดยมีเสียงแว่วหวานจากกิจกรรมเข้าจังหวะดังลอดคลอเป็นระยะๆ ทำเอาปลายสายอีกด้านถึงกับอมยิ้ม มือเรียวโยนขนมมาชเมลโลว์เข้าปากอีกชิ้น ก่อนจะฝากเด็กสาวร้องเรียกตัวคนที่เขาต้องการคุยด้วยให้
หลังจากเสียงใสร้องหาได้ไม่นาน ฮิบาริก็โพล่ออกมาจากในเต๊นท์พร้อมรังสีสังหาร โดยมีฮิเบิร์ดบินตามเพิ่มความสยดสยองอยู่ไม่ห่าง เส้นผมสีดำสนิทยุ่งกระจาย เช่นเดียวกับยูคาตะสีเข้มที่หลุดลุ่ย มือแกร่งคว้ามือถือเครื่องน้อยจากมือเด็กสาว ที่โคลมคอนเฟิร์มได้เลยว่า มันลั่นดัง ‘กร๊อบ’ และหลังจากคุยจบมันก็ถูกบีบเละในพริบตา
โทรศัพท์มือถือเครื่องน้อยสิ้นอายุขัยลงด้วยเวลาเพียง 0.003 วินาทีหลังจากนั้น....
กลับมาที่ในเต๊นท์บ้าง มุคุโร่ถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อปู่ของตนลุกออกไปรับโทรศัพท์เสียที เด็กหนุ่มหยิบสมุดจดรายละเอียดของคดีล่าสุดที่ถูกโยนทิ้งอยู่ไม่ไกลขึ้นมาอีกครั้ง มือเรียวบีบนวดขมับทั้ง 2 ข้างของตนพลางนึกถึงรสมือหมอนวดวัดโพว์ซายด์ดอนทฺ
...ถ้าได้คุณขึ้นมาขย่มอยู่บนตัวผมอีกครั้งก็คงดีนะครับ...
แม้จินตนาการของเด็กหนุ่มจะไม่ติดเรต แต่ท่าทางความคิดของเขาจะทำให้ใครหลายๆคนแถวนี้แทบกระอักเลือดตายได้ยามนึกถึงหมอนวดกล้ามล่ำกับเด็กหนุ่มร่างบางเรือนผมสีไพลินผู้นี้ กับประโยคที่ว่า..
...ถ้าได้คุณขึ้นมาขย่มอยู่บนตัวผมอีกครั้งก็คงดีนะครับ...
...น่าเสียดายที่นี่ไม่ใช่ฟิคหยาดเหงื่อ มัดกล้ามและห้องน้ำสาธารณะแต่อย่างใด...
มือเรียวยังคงนวดไปมาแถวหว่างคิ้วและขมับของตนขณะพยายามขบคิดเชื่อมโยงระหว่างเงื่อนงำแต่ละอย่าง จากคดีที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทั้งคราบเลือดบนพรมหนังสัตว์หน้าตาประหลาด การตกแต่งแปลกๆของห้อง สิ่งที่หลงเหลือในที่เกิดเหตุ และที่สำคัญ
ทำไมคนดูแลคดีถึงเป็นไอ้หื่นเบียคุรันวะครับ?
หากก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้คิดอะไรมากไปกว่านี้ ไอ้คนที่หื่นกว่ามันก็กลับเข้ามา ออร่าทมิฬจากตัวยังคงไม่จางหาย และฮิเบิร์ดก็ยังบินวนเวียนเพิ่มความน่าสยดสยองอยู่เช่นเดิม มือแกร่งคว้าแขนหลานชายไว้แน่น
“ใส่เสื้อซะ มีที่จะต้องไป”
.
.
.
.
.
.
ภาพตรงหน้าทำเด็กหนุ่มอยากจะเอาหัวโขกปลาดุกอุยตายๆไปซะให้พ้น เบื้องหน้าคือภาพในห้องพักพิเศษของโรงพยาบาลอันดับ 1 ของเมือง ประกอบไปด้วยคนเฝ้าไข้ คือชายหนุ่มเรือนผมสีเงินยาวที่กำลังเอาดาบปอกแอปเปิ้ล และคนไข้ คือชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำสนิท ที่บนศีรษะถูกพันรอบด้วยผ้าพันแผลสีขาวเปื้อนรอยแดงจางๆ กำลังโยกซ้ายโยกขวาหลบปลายดาบไปมาอย่างสนุกสนาน
และไอ้คนไข้ที่ว่า มันก็คือ เจ้าของปราสาทในคดีฆาตกรรม ไอ้คนที่ควรจะตายห่_ไปแล้ว!!!
ไม่ใช่แค่ไม่ตาย แต่มันยังหันมาทำหน้าราวกับว่าพวกเขาสองคนเป็นตัวอะไรซักอย่างที่มีขัดขวางความสุขของมันอีก!!
แซร๊ดดด!!! เดี๋ยวพ่อแช่งให้หลบพลาดโดนดาบปาดคอตายเลยนิ! สัปปะรดองค์แรงนะว้อย!!!
“คนนี้คือ แซนซัส เจ้าของรุ่นที่ 10 ของปราสาทตรงซอย 4”
“ส่วนนั่นพ่อบ้านของแซนซัส สเพลฮี สควอโล่”
คุณปู่หน้าหื่นใจเด็กแนะนำตัวคนตรงหน้าให้หลานชายฟังเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาสุดๆ เช่นเดียวกับพ่อบ้านสควอโล่ ที่หันมาค้อมหัวให้เขาอย่างสุภาพโดยที่ในมือยังคงถือดาบเล่มยาว และมีซากแอปเปิ้ลถูกเฉือนร่วงอยู่รอบกาย ชายหนุ่มผมยาวค่อยๆวางดาบในมือของตนลง ก่อนจะลุกขึ้นโค้งศีรษะให้กับเด็กหนุ่มเบื้องหน้า
“ขอโทษสำหรับความเลินเล่อของคนสวนในปราสาทด้วยครับ ที่ทำให้คุณต้องเดือดร้อนวุ่นวายแบบนี้”
มุคุโร่ชะงักไปชั่ววูบกับ ประโยคเด็ดของฉลามเซื่อง ที่เอ่ยด้วยใบหน้าแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และจากนั้นสควอโล่ก็เอ่ยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง โดยมีแซนซัสนั่งแทะแอปเปิ้ลไม่สนใจโลกภายนอกเป็นฉากหลัง.....
.
.
.
.
.
.
ปราสาทซอน 4 สุดอลังการณ์ ประวัติศาสตร์ยาวนาน 400 ปี นับตั้งแต่เจ้าของปราสาทรุ่นที่ 1 หอบเสื่อผืนหอยกาบตัวขึ้นฝั่งมาได้ ตราบจนปัจจุบัน ความอลังการณ์ของปราสาทยิ่งทวีความเพิ่มพูน แม้แต่คนรับใช้ในปราสาทยังต้องเป็นเหล่าผู้ที่ได้รับการคัดเลือกมา ด้วยวาเรียควอลิตี้ว่าสามารถขจัดไส้เดือนดินริ้นไรฝุ่นออกจาซอกหลืบปราสาทได้เอี่ยมทุกรูขุมขน
เช่นเดียวกับพ่อบ้านประจำปราสาท ที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าสามารถทนมือทนตีนเจ้าของปราสาทได้เป็นอย่างดี ..รวมถึงหัวแข็งพอจะทนแก้วเหล้าได้ด้วย
สเพลฮี สควอโล่ มีความภาคภูมิใจในการเป็นพ่อบ้านประจำปราสาทของตนอย่างล้นเหลือ ทุกรายละเอียด การจัดแต่ง หรือแม้แต่องศาการการผลิใบของต้นถั่วงอก ทั้งหมดอยู่ในการคาดการณ์ของชายหนุ่มทั้งสิ้น
...กระทั่งวันหนึ่ง..
เจ้าของปราสาทรุ่นที่ 10
ก็ทำให้สควอโล่...
ต่อมแตก
เมื่อแซนซัสเผยพลังอาร์ทตัวแม่ แต่งห้องทำงานของตนในปราสาทใหม่ด้วยสถาปัตยกรรมแบบอีสานบ้านเฮาและลานนาคัมมินท์ พรมหนังควายถูกปูลาดลงกับพื้นปาเก้ราคาแพงละลิ่ว เช่นเดียวกับผ้าไหมมัดหมี่ และตระกร้อจักสานถูกแขวนประดับผนัง ผ้าม่านกำมะหยี่เนื้อดีแพงระยับถูกปลดโยนทิ้งเปลี่ยนเป็นแหจับปลา
สควอโล่
รับไม่ได้
“แบบนี้มัน....ไม่ไหวจะเคลียร์ว้อย!!!!”
ทันทีที่เห็น เขาควายแหลมโง้งถูกชายหนุ่มคว้าหมับ กระชากหัวควายประดับลงจากฝาผนังแล้วประเคนมันซัลโวใส่ขมับน้อยๆของท่านเจ้าของบ้านทันที
เมื่อ เอคชั่น = รีเอคชั่น และ E=Mc^2
หยาดโลหิตสาดกระเซ็นต้องผืนพรมราคาเกือบแพง ร่างบอบบางเยี่ยงกระทิงป่าของแซนซัสหมุนตามแรง หางตาสีโกเมนเข้มเหลือบเห็นรอยแสยะยิ้มจากควายในมือลูกน้องคนสนิทของตน ความรู้สึกราวกับโดนควายหัวเราะเยาะทำให้ชายหนุ่มรับไม่ได้จนสลบไป
และจังหวะนั้นเองที่เลวี่คนสวนของปราสาทเข้ามาพบ
และกลายเป็นคดีฆาตรกรรม.....
.
.
.
.
.
.
แสงแดดยามสายสาดแสงแรงกล้าลอดเข้ามาภายในเต๊นท์ขนาดใหญ่ยักษ์ ขนาดที่ว่าหากเจ้าของของมันไม่ใช่อดีตนายตำรวจเก่าที่ขึ้นชื่อเรื่องซ้อมผู้ต้องหาจนถูกไล่ออกบ่อยที่สุดอย่างฮิบาริ เคียวยะแล้วล่ะก็ เต๊นท์หลังนี้คงโดนเทศกิจเก็บไปตั้งแต่ 3 วินาทีแรกที่มันได้ออกมาสูดอากาศภายนอกเป็นแน่
ภายในเต๊นท์ปรากฏร่างบอบบางของหลานชายนายตำรวจนอนหลับตาพริ้มอย่างเป็นสุข ไหล่ขาวบางโพล่พ้นขอบผ้าห่มมาพอให้คนแก่ใจเต้น เช่นเดียวกับขาขาวเนียนที่พ้นจากผ้าห่มอีกด้านก็กำลังทำอันตรายต่อคุณปู่ฮิบาริด้วยการกระตุ้นหัวใจคุณปู่ให้เต้นเบรคแดนซ์เป็นจังหวะแฮฟวี่เมทัลอย่างสนุกสนาน
...ท่าทางจะเสียเลือดตายอย่างเป็นสุขแน่ๆเรา...
ฮิบารินึกพลางยกชายผ้าห่มขึ้นซับเลือดกำเดา ก่อนจะกัดฟันลุกออกจากเต๊นท์ โดยไม่ลืมเก็บกล้องไปคืนโคลมที่นั่งหลับรออยู่ด้านนอก
และกำชับกับเด็กสาวที่ยังคงง่วงงุนว่า....
“ก๊อปให้ด้วย 2 ชุด”
.
.
.
.
ถ้าหลานตื่นมาได้ยินคงดีใจแทบเต้นบัลเลย์ ที่มีปู่ที่รักตัวเองได้ขนาดนี้......
หลังจากฝากฝังโคลมเรียบร้อยแล้ว คุณปู่ยังหนุ่มก็กลับเข้าไปในเต๊นท์อีกครั้ง และเริ่มการปลุกหลานด้วยวิธีที่ทำให้โคลมถึงกับตาสว่าง เด็กสาวนั่งกอดเข่ารอสองปู่หลานอยู่ด้านนอกด้วยความสงสัยว่า วิธีปลุกของคุณปู่ฮิบาริ ท่าทางจะทำให้มุคุโร่ต้องนอนยาวกว่าเดิมมากกว่ากระมัง......
“สุดท้ายเพราะไม่ได้เป็นคดีฆาตรกรรมคุณฮิบาริเลยไม่ต้องเสียชื่อซ้ำ แต่สำนักงานก็ไม่มีเงินเข้าอยู่ดี....”
เด็กสาวผ่อนลมหายใจยาว มือเรียวลูบไปมาบนขนสัตว์เลี้ยงตัวเดียวของสำนักงานที่หลับอยู่บนตักของเธอ หากเมื่อก้มมองกล้องในมือ แก้มใสก็ป่องพองขึ้นอย่างน่ารักทันควัน
“ใจร้ายจัง! ในเมื่อจะปลุกคุณมุคุโร่วิธีนี้ แล้วจะรีบเอากล้องมาคืนทำไมล่ะคะ คุณฮิบาริ...”
THE END
==================================
.
โฮ๊ววววววววววว~~~~~~~~~!!!!!!!!!!
โอ้มายหลอด บอสเคะ ทูเนะ ฮิเก็บกด ริคาโด้ววววววววววววววววว <(((*[]*)))>
สะใจม๊ายน้องงงงงงงงงง กร๊ากกกกกกก กั่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!
ก็บอกแล้วว่า
“คู่สามัญชน”
และ “นี่ไม่ใช่ยำทูน่าชิมิล่า เคร้ๆๆๆๆๆๆ” !!!!!!!!!!!!!!
เอาล่ะจ้า เรื่องจริงนะจ๊ะ โปรเจคนี้จะใช้ในงาน “รีบอร์นโอลี่” นะจ๊ะ + +
ดังนั้นน้องหนูแมสเซนเจอร์ จึงขอบอกว่า “เหลืออีกเรื่องเดียวเท่านั้น” > ///<
จากนั้นเราจะเปิดโพยกันล่ะจ๊ะ เล็งหวยตัวไหนไว้ บอกเค้าบ้างน้า เคร้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ^ v ^b
โอ้มายหลอด บอสเคะ ทูเนะ ฮิเก็บกด ริคาโด้ววววววววววววววววว <(((*[]*)))>
สะใจม๊ายน้องงงงงงงงงง กร๊ากกกกกกก กั่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!
ก็บอกแล้วว่า
“คู่สามัญชน”
และ “นี่ไม่ใช่ยำทูน่าชิมิล่า เคร้ๆๆๆๆๆๆ” !!!!!!!!!!!!!!
เอาล่ะจ้า เรื่องจริงนะจ๊ะ โปรเจคนี้จะใช้ในงาน “รีบอร์นโอลี่” นะจ๊ะ + +
ดังนั้นน้องหนูแมสเซนเจอร์ จึงขอบอกว่า “เหลืออีกเรื่องเดียวเท่านั้น” > ///<
จากนั้นเราจะเปิดโพยกันล่ะจ๊ะ เล็งหวยตัวไหนไว้ บอกเค้าบ้างน้า เคร้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ^ v ^b
=====================================
.
ที่มา : กระทู้เกมผีหลอกวิญญาณหลอน ที่คาดว่าหลายๆคนคงจะลืมมันไปแล้ว กร๊ากกกกกก!!~